Field Trip 1: The Travel to Johnstown Heritage Discovery

เรียนเอาปริญญากันแล้ว มีทัศนศึกษาด้วย สมัยตอนเด็ก ๆ ไม่ว่าจะอยู่โรงเรียน อนุบาลจนถึงมัธยมปลาย เราล้วนแล้วแต่มีทัศนศึกษากันกันอย่างน้อยปีละครั้งสองครังกันอย่างแน่นอนครับ แต่เมื่อผมได้ “ไปทัศนศึกษา” ตอนโตอยู่ College อย่างนี้แล้ว รู้เลยว่าที่เคยไป ๆ มามันคือไปเที่ยวนอกสถานที่เป็นเหมือนการซ้อม แต่คราวนี้ไปจริง เรียนรู้จริง เตรียมตัวจริง และเมื่อไปถึงก็รู้เรื่องดีครับ

IMAG1993

คนที่เห็นในรูปนี้เป็นอาจารย์ที่สอนวิชานี้ American: Nation of Immigrants เป็นได้หลายอย่าง เป็นอาจารย์ เป็นรองคณะบดี เป็นคณะบดี เป็นคนนำทาง และเป็นคนขับรถให้เราด้วย … และที่สำคัญคืออาจารย์ก็เป็นคนนำเรา คุยแลกเปลี่ยนความคิดต่าง ๆ ระหว่างทาง ทำให้การนั่งรถเป็นประโยชน์และไม่มีโอกาสได้หลับ

IMAG2012

Juniata College ตั้งอยู่ในเมือง Huntingdon, Pennsylvania ซึ่งใช้เวลาเดินทางไปยังเมือง Johnstown ประมาณ 2 ชั่วโมง … คนที่นี่ไม่นับระยะทางการเดินทางกันเป็นกิโลเมตรหรือเป็นไมล์ แต่จะนับเป็นเวลา เช่น เมืองนี้ห่างออกไป 2 ชั่วโมง อะไรแบบนี้ครับ สภาพถนนแถวนี้เป็นเทือกเขา เดินทางขึ้น ๆ ลง ๆ เมื่อรวมกับอากาศในรถที่จะใช้ฮีตเตอร์เพื่อให้ลมร้อนออกมาแล้วทำให้ผมเมารถได้ ทั้ง ๆ ที่อยู่เมืองไทย นั่งขึ้นเหนือลงใต้ก็ไม่เคยเมารถ อาจจะเพราะว่าหลับตลอดก็ได้นะครับ ^^ Continue reading “Field Trip 1: The Travel to Johnstown Heritage Discovery”

The Different 1

ความแตกต่าง

ความแตกต่างมันอยู่มากมายในการเดินทางมาเรียนที่ Juniata College แห่งนี้ แตกต่างด้วยวัฒนธรรม ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ผู้คน เวลา ขณะที่เขียนอยู่นี้ข้างนอกหิมะตกหนาประมาณเหยียบแล้วมิดรองเท้า พยากรณ์อากาศซึ่งเชื่อได้บอกว่าอุณหภูมิประมาณ -12 องศาเซียลเซียสในตอนกลางคืน (ซึ่งไม่มีใครอยากออกไปไหน) และราว ๆ -5 องศาในช่วงกลางวัน และหิมะจะตกลงมาอีกในสองสามวันข้างหน้านี้

IMAG1780

เรื่องนี้ผมขอแบ่งออกเป็นหลายช่วงดีกว่า ถ้าเขียนช่วงเดียวหมดเขียนยังไงก็ไม่จบครับ Continue reading “The Different 1”

Quiet Hours in The Residence Hall 1

ชั่วโมงเงียบ

ในหอพักของ Juniata มีเรื่องราวมากมายที่น่าสนใจครับ ผมอยากจะเล่าถึงเรื่องอื่น ๆ ที่หลัง เพราะอยากจะเล่าเรื่องนี้ก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งอยากให้มีสิ่งนี้ที่เรียกว่า Quiet Hours ที่เมืองไทยบ้าง

Quiet Hours ก็ตรงตัวกับชื่อของมัน คือ “ชั่วโมงเงียบ” นั่นเองครับ ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงนี้บอกให้รู้ว่าทุกคนควรจะทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเงียบ ๆ ให้เหมือนอยู่ในห้องสมุดกันเลยทีเดียว กิจกรรมเหล่านี้ก็มีหลายอย่าง ตั้งแต่ อ่านหนังสือ คุยเบา ๆ กับเพื่อน นอน เดินจงกรม นั่งสมาธิ (สองอันหลังเพิ่มเอง) สรุปก็คือ Be quiet as you can. ช่วงนี้ทำให้เราได้พักผ่อนกัน แต่พ้นเวลานี้ไปแล้วก็คุยและพบปะกันตามปกติครับ หรืออาจจะมีปาร์ตี้เลยก็ได้ครับ

IMAG1514

จากรูปจะเห็นว่า TnT มันคือชื่อของหอพักสองหอที่ติดกัน ซึ่งชื่อว่า Tussy (อ่านว่า ทัซซี่) และ Terrace ได้ออกมาเป็นชื่อเล่นว่า TnT ซึ่งไม่ใช่ระเบิดแต่อย่างใดนะครับ ^^

เคอร์ฟิว

และในช่วงเวลาสอบและวันอ่านหนังสือ (ที่นี่มีวันหยุดอ่านหนังสือก่อนสอบ เรียกว่า Reading Day) ในหอพักก็จะปรับเป็น 24 Hour – Quiet Hours ซึ่งให้ทุกคนใน Junniata ได้อ่านหนังสือเตรียมสอบกันอย่างเต็มที่ และทุกคนก็ต้องเงียบกันต่อแม้ว่าบางคนจะสอบเสร็จแล้ว เงียบกันจนกว่าจะสอบเสร็จหมดทุกคนครับ Continue reading “Quiet Hours in The Residence Hall 1”

First day at Juniata

เช้าวันแรกที่ Juniata ต่างกับที่ไทยซักหน่อยคือพระอาทิตย์ขึ้นตอนเวลาประมาณเจ็ดโมงครึ่ง ซึ่งถ้าในไทยจะขึ้นซักหกโมงเช้ากว่า ๆ รวมกับโดยรอบมีเนินล้อมรอบแล้ว ทำให้แสดงสว่างช้าขึ้นกว่าเดิมอีก ด้วยเหตุนี้จะทำให้ตื่นสายกันได้

IMAG1503ตั้งแต่มาถึงก็ยังไม่เจอหิมะตกแต่อย่างใด เจอแต่กองหิมะตามสนามหญ้าที่ถูกกวาดมากองรวมกันไว้เพื่อไม่ให้กระจัดกระจาย หิมะเหล่านี้ก็ไม่ละลายหายไปไหน ยังคงอยู่เหมือนเดิม

IMAG1547

ที่ประเทศไทย เราอาจจะออกมาเดินเล่นตอนเช้า ๆ ได้อย่างสบาย ๆ หรือเดินรอบ ๆ เพื่อออกกำลังกาย แต่ถ้าหนาวแบบ 0 องศา แบบนี้แล้ว แม้แต่ฝรั่งที่คุ้นเคยกับอากาศหนาวก็ไม่ออกมานอกอาคารถ้าไม่จำเป็นครับ ด้วยอากาศแบบนี้สำหรับคนที่มาจากเมืองร้อนอย่างเมืองไทย ถุงมือจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ ถ้าอยู่ข้างนอกนาน ๆ แล้วมือจะขยับไม่ได้ และนานกว่านั้นปากก็จะแข็งพูดไม่ค่อยออกอีกด้วย

เรานัดกันที่นาฬิกาที่เป็นสัญลักษณ์ของ Juniata ซึ่งเรียกกันว่า The Clock ทุกคนก็รู้เรื่องว่าอยู่ตรงไหน ถ้านัดกันที่จุดนี้จะไปไหนก็สะดวกสบายเพราะว่าเป็นใจกลางของวิทยาลัย เรานัดกันตอน 10 โมงเช้า แม้ว่าจะมีแดดจัดแล้วแต่มายืนกลางแดดก็ไม่อาจลดความหนาวเย็นลงได้ ออกมาจากอาคารแล้วก็ต้องรีบเข้าไปยังอีกอาคารเพื่อความอบอุ่นครับ

IMAG1528

เช้านี้…พี่ ๆ (จริง ๆ อายุเท่ากันก็มี) จาก International Center ก็ให้มากินข้าวเช้าควบข้าวเที่ยง (Brunch) แล้วพาไปทำบัตรประจำตัว ที่นี่เรียกกันว่า Gold Card อาจจะเพราะมันเป็นสีทอง จริง ๆ ก็เป็น Student ID Card นี่เอง

IMAG1529

การถ่ายรุปทำบัตรไม่มีอะไรยากมากมายเลยครับ ถ่ายเสร็จปริ้นใส่บัตรเลย ไม่แต่งรูป ใด ๆ ทั้งสิ้น ใครใส่แว่นก็ใส่แว่น ใครใส่อะไรมาก็ใส่ไม่ต้องถอด เพื่อให้เหมือนตัวจริง

Continue reading “First day at Juniata”

เรื่องที่ประชาชนควรทราบ เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับพระภิกษุ (๔๑-๕๒)

๔๑. บุรุษ-สตรี ไม่ควรใช้พระในกิจนอกพระพุทธศาสนา แต่จะขอให้ช่วยกิจพระพุทธศาสนา เช่น ให้ช่วยนิมนต์ไปในการบำเพ็ญบุญได้อยู่ (วิ. ๒/๑๑๒)

๔๒. บุรุษ-สตรี ไม่ควรนำสิ่งของอนมีค่าฝากไว้กับพระ เพราะอาจเกิดอันตรายแก่พระได้ เช่น อันตรายในการเจริญสมณธรรม ถูกปล้น ถูกเป็นผู้สำนองในเมื่อของนั้นหาย (วิ ๒/๑๒๒)

๔๓. บุรุษ-สตรี ไม่ควรเอาเนื้อสัตว์ที่ไม่นิยมเป็นอาหารถวายพระ เนื้อที่ไม่นิยมเป็นอาหาร คือ เนื้อมนุษย์ ช้าง-ม้า-สุนัข-งู-สีห์-เสือโคร่ง-เสือเหลือง-หมี-เสือดาว (วิ. ๒/๑๓๓)

๔๔. บุรุษ-สตรี ไม่ควรเอาเนื้อที่นิยมเป็นอาหารแต่ยังดิบ ไม่สุกด้วยไฟ เช่นปูเค็ม กุ้งส้ม หอยเค็ม แหนม กะปิ ลาบเนื้อดิบ ไข่ลวกไม่สุก ประเคนพระ ควรมอบไว้แก่กับปิยการก คือผู้มีหน้าที่ทำให้เป็นของควรแก่พระ (วิ. ๒/๑๓๓)

๔๕. บุรุษ-สตรี ไม่ควรเอาอุทิศมังสะถวายพระ อุทิศมังสะ คือเนื้อหรือไข่สัตว์ที่เขาฆ่าเจาะจงภิกษุสามเณร (วิ. ๒/๑๓๓)

๔๖. บุรุษ-สตรี อย่าเอาพีชคาม คือผลไม้มีเมล็ดสุุกบางอย่าง เช่นพริกสุก มะเขือสุก อ้อยที่ยังไม่ได้ปอก ผักบุ้ง ขมิ้น กระชาย กระเทียม หอม โหระพา กะเพรา ฯลฯ ที่พ้นจากที่เกิดที่อยู่แล้วแต่ยังปลูกให้งอกได้อีกถวายพระ ควรทำให้เป็นของที่ไม่อาจปลูกให้งอกได้แล้ว จึงถวายพระ (วิ. ๒/๑๓๕)

๔๗. บุรุษ-สตรี จะทำน้ำปานะถวายพระควรเลือกเอาผลไม้สุกที่นิยมเป็นอาหาร ชนิดที่ไม่โตกว่าผลมะตูมหรือผลกระเบาขนาดเล็ก ไม่จำกัด เอามาทำความสะอาด คั้นแล้วกรองให้หมดกาก เจือน้ำจืดที่สะอาดบ้างก็ได้ แต่อย่าใช้น้ำร้อน และอย่าต้มน้ำปานะด้วยไฟ จะเจือน้ำตาลเกลือบ้างก็ได้ ทำแล้วต้องถวาย ให้พระฉันในวันนั้น อย่าปล่อยข้ามราตรี (วิ. ๒/๑๓๙)

๔๘. บุรุษ-สตรี ไม่ควรถือเอามรดกของพระผู้มรณภาพไปแล้ว ไม่ว่าพระรูปนั้นจะเป็นพ่อ ลูก ญาติ มิตร หรือเกี่ยวข้องกันโดยสถานะไร ๆ ก็ตาม แม้พระได้ทำพินัยกรรมไว้ให้ ก็ถือเอาไม่ได้ เพราะทางวินัยของสงฆ์มีอยู่ว่า มรดกของพระผู้มรณะตกเป็นของสงฆ์ทั้งหมด แม้พระได้พูดไว้ด้วยคำเป็นอนาคตว่า “ถ้าฉันตายแล้ว เธอจงเอาสิ่งนั้นสิ่งนี้ไป” ดังนี้ ก็ถือเอาไม่ได้ แต่สิ่งใดที่พระมอบให้ด้วยคำเป็นปัจจุบันว่า “ฉันให้สิ่งนั้นสิ่งนี้แก่เธอ” ก็ถือเอาได้เฉพาะสิ่งที่ระบุถึง หากระบุทั้งหมด ก็ถือเอาได้ทั้งหมด (วิ. ๒/๑๕๔-๑๕๕)

๔๙. บุรุษ-สตรี เมื่อจะถือเอาสิ่งของของพระด้วยวิสาสะ ต้องให้ครบองค์ ๓ คือ
ก. เคยเห็นกัน เคยคบกัน เคยพูดกัน ไว้อย่างใดอย่างหนึ่ง
ข. รู้ว่าถือเอาแล้ว เจ้าของจักพอใจ
ค เจ้าของยังมีชีวิตอยู่  (วิ. ๒/๑๕๗)

๕๐. บุรุษ-สตรี เมื่อพยาบาลพระผู้เจ็บหนัก ฉันอาหารไม่ได้ ครั้นถึงเวลาวิกาลหัวจัด หากมิได้อาหารอาจเป็นอันตรายจะต้มข้าวหรือเนื้อสัตว์ที่นิยมเป็นอาหาร (เว้นอุทิศมังสะ) ให้เหลวกรองให้หมดกาก แต่เอาน้ำข้าว น้ำเนื้อที่ใสถวายให้พระดื่มในเวลาวิกาลก็ได้
การที่จะอ้างว่า แพทย์สั่งให้พระป่วยฉันอาหารในวิกาลได้ แล้วนำอาหารชนิดต่าง ๆ ไปถวายในวิกาลนั้น ไม่ควรเลย หากพระอยากฉันอาหารในิกาลโดยไม่เอื้อเฟื้อต่อวินัยแล้ว ควรให้สึกเสียก่อน จึงจัดถวายให้รับประทาน (วิ๒/๑๗๕)

๕๑. สตรีที่เป็นโสภณี เป็นหม้าย เป็นสาวเทื้อ เป็นชี และกระเทย ไม่ควรไปมาหาสู่กับพระโดยไม่เป็นกิจลักษณะหรือผิดเวลา (วิ. ๒/๑๘๑)

๕๒.บุรุษ-สตรี ไม่ควรนิมนต์พระเข้านั่งในร้านสุรา จะเป็นที่ขายหรือที่กลั่นสุรา หรือที่ดองเมรัยก็ตาม (วิ. ๒/๑๘๑)

บุรุษหรือสตรีก็ตาม เมื่อหวังความเจริญแก่ตนก่วงศ์สกุลของตน และแก่พระพุทธศาสนา ควรศึกษาให้มีความรู้เกี่ยวกับวินัยของพระภิกษุสงฆ์บางข้อตามที่รวบรวมไว้นี้และปฏิบัติให้ถูกต้อง ก็ย่อมจะเหมาะสมแก่ความเป็นพุทธศาสนิกชน และย่อมช่วยประดับพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองแล

คัดลอกจาก หนังสือที่รวบรวมและเรียบเรียงโดย พระเทพวิสุทธิญาณ (อุบล นนทโก ป.ธ ๙) วัดบวรนิเวศวิหาร

เรื่่องที่ประชาชนควรทราบ เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับพระภิกษุ (๓๑-๔๐)

๓๑. บุรุษ-สตรี จะร่วมถวายร่มแก่พระต้องเลือกเอาชนิดที่ไม่สลับสี เช่น ร่มผ้าดำล้วน ร่มกระดาษ ร่มพลาสติก สีน้ำตาล สีดำ สีเหลืองล้วน   (วิ. ๒/๓๕)

๓๒. บุรุษ-สตรี จะถวายรองเท้าแก่พระต้องเลือกเอาชนิดที่ไม่มีส้นสูง ไม่มีปกส้น ไม่มีปกหลังเท้า มีแต่สายรัดหลังเท้ากับสายที่คีบด้วยนิ้ว และมีสีหม่นหมอง เช่น สีน้ำตาลแก่   (วิ. ๒/๓๖)

๓๓. บุรุษ-สตรี เมื่อจะถวายเตียง ตั่ง แก่พระต้องเลือกเอาแต่ที่มีเท้าสูงไม่เกิน ๘ นิ้ว พระสุคต หรือ ๙ นิ้วฟุต เว้นไว้แต่แม่แคร่และไม่มีรูปสัตว์ร้ายที่เท้า เช่น เตียงจมูกสิงห์ หรือ บัลลังก์ และเตียงนั้นต้องไม่ใหญ่ถึงนอนได้ ๒ คน ที่นอนก็ไม่ใหญ่อย่างเตียง ฟูกเตียง ฟูกตั่ง และที่นั่งที่นอนไม่ยัดนุ่นหรือสำลี  (รตนวรรค ข้อ ๕ และ วิ: ๒/๓๙)

๓๔. บุรุษ-สตรี เมื่อจะถวายหมอนหนุนศีรษะแก่พระ ต้องให้มีขนาดหนุนได้ศีรษะเดียวไม่ถึง ๒ ศีรษะ หมอนข้างไม่ควรถวาย (วิ.๒/๔๐)

๓๕. สตรี ต้องไม่นั่งบนอาสนะผืนเดียวกัน บนเตียงม้านั่งเดียวกันกับพระ แม้บนพื้นที่ไม่มีอะไรปูลาดเลย ก็ไม่ควรนั่งเสมอกับพระหรือสูงกว่าพระ ไปในรถ-เรือมีที่จำกัด จะต้องนั่งที่ม้าเดียวกับพระต้องให้มีบุรุษนั่งคั่นไว้เสียก่อน (วิ. ๒/๗๐)

๓๖. บุรุษ-สตรี ไม่ควรเอาวัตถุอนามาสประเคนพระ วัตถุอนามาส คือ สิ่งที่พระไม่ควรแตะต้อง มี ๖ ประเภท ดังนี้
ก. คนหญิง กระเทย เครื่องแต่งกายของคนเหล่านั้นแต่ที่เขาสละแล้วไม่นับ ตุ๊กตาหญิง สัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย
ข. ทอง เงิน มุกดา มณี ไพฑูรย์ ประพาฬ ทับทิม บุษราคัม สังข์ที่ขัดแล้ว ศิลาชนิดดี เช่น หยก โมรา
ค. ศัสตราอาวุธต่างชนิด ที่ใช้ทำร้ายชีวิตร่างกาย
ฆ. เครื่องดักสัตว์บก – น้ำ
ง. เครื่องประโคม
จ. ข้าวเปลือกและผลไม้อันเกิดอยู่ในที่
( วิ. ๒/๗๓)

๓๗. สตร ไม่ควรเกลี้ยกล่อม ยั่วเย้าพระด้วยการพูดประเล้าประโลม หรือด้วยการแต่งเนื้อแต่งตัวชะเวิกชะวาก หรือล่อด้วยทรัพย์ (วิ. ๒/๙๑)

๓๘. บุรุษ-สตรี ไม่ควรเอาของเด็กเล่น เช่นเรือน้อย ๆ รถน้อย ๆ ถวายพระ (วิ. ๒/๑๑๘)

๓๙. บุรุษ-สตรี ไม่ควรชักชวนพระเล่นการพนักน มีแพ้ มีชนะ เช่นหมากรุก หมากแยก ฯลฯ (วิ. ๒/๑๑๘)

๔๐. บุรุษ-สตรี ไม่ควรเรียนดิรัจฉานวิชาจากพระและไม่ควรบอกดิรัจฉานิชาแก่พระ ดิรัจฉานวิชาคือความรู้ในการทำเสน่ห์ – ในการใช้ภูตผิปีศาจทำให้ผู้อื่นถึงความวิบัติ – ในทางอวดฤทธิ์เดชต่าง ๆ – ในทางทำนายทายทักบอกหวยบอกเบอร์ ในทางที่นำให้หลงงมงาย เช่นหุงเงิน หรือทองแดงให้เป็นทอง (วิ. ๒/๑๒๒)

รวบรวมและเรียบเรียงโดย พระเทพวิสุทธิญาณ (อุบล นนทโก ป.ธ ๙) วัดบวรนิเวศวิหาร

เรื่องที่ประชาชนควรทราบ เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับพระภิกษุ (๒๑-๓๐)

๒๑. บุรุษ-สตรี ที่มิใช่ญาติของพระแม้จะเป็นเขย สะใภ้ หรือภรรยาเก่าของพระ(ปุราณทุติยิกา) หากมิได้เกี่ยวข้องทางสายโลหิต ก็ชื่อว่ามิใช่ญติ ถ้ามีศรัทธาจะให้พระขอปัจจัย ๔ หรือสิ่งของต่าง ๆ จากตนได้ ก็ต้องปวารณาคือ เปิดโอกาสให้พระขอได้โดยลักษณะ ๔ อย่างอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ

ก.กำหนดปัจจัยหรือสิ่งของ เช่น จีวร บิณฑบาต ที่นอน ที่นั่ง ยา หนังสือ สมุด ปากกา ฯลฯ

ข. กำหนดเวลา คือ ให้ขอได้ตลอดเท่านั้นวัน เท่านั้นเดือน เท่านั้นปี ตั้งแต่วันที่เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่

ค. กำหนดทั้งปัจจัย – สิ่งของ และเวลา

ฆ. ไม่กำหนดทั้งปัจจัยส่ิงของและเวลา ถ้าจะให้ขอได้เป็นนิตย์ ต้องบอกว่า นิมนต์ขอได้ตลอดกาลเป็นนิตย์

เมื่อปวารณาแล้ว ถ้าพระขอเกินกำหนดหรือเกิน ๔ เดือน ไม่ครถวาย เว้นไว้แต่ตนปวารณาอีก หรือ ปวารณาเป็นนิตย์ (อเจลกวรรค ข้อ ๗)

หมายเหตุ :- คำว่า ญาติ ได้แก่คนที่เกี่ยวเนื่องกัน ๗ ชั้น คือ  ๑.ทวด  ๒.ปู่ย่าตายาย ๓.พ่อแม่ ๔.พี่น้อง ๕.ลูก ๖.หลาน ๗.เหลน

๒๒. บุรุษ-สตรี ไม่ควรเอาของเสพติดให้โทษ เช่น สุราเมรัย ฝิ่น เฮโรอีน กัญชาถวายพระ  (สุราปานวรรค จ้อ ๑)

๒๓. บุรุษ-สตรี อย่าเอาน้ำที่มีตัวสัตว์ไปตั้งไว้ให้พระบริโภค คือ ดื่ม อาบ ล้างเท้า ใช้สอย  (สัปปาณวรรค ข้อ ๒)

๒๔. บุรุษ-สตรี ผู้นำสินค้าหนีภาษี ไม่ควรเดินทางร่วมกับพระ หรือไม่ควรให้เกี่ยวข้องกับพระ  (สัปปาณวรรค ข้อ ๖)

๒๕. สตรี ไม่ควรชวนพระเดินทางไกล แม้สิ้นระยะบ้านหนึ่ง แม้นั่งรถ นั่งเรือไปเพียงหนึ่งต่อหนึ่งก็ไม่ควร แม้สตรีหลายคน แต่ไม่มีบุรุษผู้รู้เดียงสานั่งไปด้วย ก็ไม่ควร แม้บุรุษไปด้วย หากสตรีขับรถ-เรือเอง ก็ไม่ควร เว้นไว้แต่เรือข้ามฟาก  (สัปปาณวรรค ข้อ ๗)

๒๖. บุรุษ-สตรี จะถวายอาหารแก่พระผู้อยู่ในป่าอันเป็นที่เปลี่ยว ต้องแจ้งข่าวล่วงหน้าก่อน  (ปาฏิเทสนียะ ข้อ ๔)

๒๗. บุรุษ-สตรี เมื่อพระรับบิณฑบาตเต็มบาตรแล้ว อย่าเอาอาหารวางบนฝาบาตร หรือ อย่าใส่ถุงให้พระหิ้ว  (โภชนปฏิสังยุต ข้อ ๔)

๒๘. บุรุษ-สตรี เมื่อนิมนต์พระมาฉันในบ้าน ต้องจัดที่ฉันให้พร้อม เช่น น้ำล้างเท้า ผ้าเช็ดเท้า น้ำฉัน น้ำใช้ กระโถน ผ้า-กระดาษเช็ดมือ เช็ดปาก ช้อนส้อมและช้อนกลาง อย่าให้บกพร่อง  (โภชนปฏิสังยุต ข้อ ๓๐)

๒๙. บุรุษ-สตรี เมื่อจัดที่ให้พระสวด หรือแสดงพระธรรมเทศนา หรือปาฐกถาธรรม ต้องจัดที่ให้พระนั่ง อย่าให้ยืน และต้องไม่ต่ำกว่าที่ของผู้นั่งฟัง (ธัมมเทสนาปฏิสังยุต ข้อ ๑๓, ๑๔)

๓๐. บุรุษ-สตรี เมื่อฟังธรรมเทศนา หรือ ฟังปาฐกถาธรรม ต้องฟังด้วยกิริยาอาการเคารพ แม้ฟังพระสวดในงานมงคล หรืองานศพเป็นต้น ก็ต้องเคารพเช่นเดียวกัน ไม่ควรนั่งคุยกันเลย จะคุยในเวลาพระหยุดสวดได้อยู่  (ธัมมเทสนาปฏิสังยุต ทุกข้อ)

รวบรวมและเรียบเรียงโดย พระเทพวิสุทธิญาณ (อุยบ นนทโก ป.ธ ๙) วัดบวรนิเวศวิหาร

 

เรื่องที่ประชาชนควรทราบ เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับพระภิกษุ (๑๑-๒๐)

๑๑. บุรุษ เมื่อนอนในที่มุง ที่บังอันเดียวกับพระครบ ๓ คืนแล้ว ต้องเว้นเสีย ๑ คืน ต่อไปจึงนอนได้อีก (มุสาวาทวรรค ข้อ ๕)

๑๒. สตรี ห้ามนอนในที่มุง ที่บัง อันเดียวกับพระแม้ในคืนแรก (มุสาวาทวรรค ข้อ ๖)

๑๓. บุรุษ-สตรี ถ้าพระใช้ให้ขุดดินเหนียวล้วนหรือดินร่วนล้วน ไม่ควรขุด แต่ถ้าพระแสดงความประสงค์ว่าต้องการหลุมหรือคูเป็นต้น หรือว่าต้องการดินให้สูงเท่านั้น เท่านี้ เป็นต้น ก็ควรจัดการให้ตามประสงค์ (มุสาวาทวรรค ข้อ ๑๐)

๑๔. บุรุษ-สตรี ถ้าพระใช้ให้ตัดต้นไม้หรือดายหญ้าที่เกิดอยู่กับดิน หรือให้รื้อถอนผักหญ้าต่ง ๆ ที่เกิดอยู่ในน้ำ ไม่ควรตัด-ดาย-รื้อถอน แต่ถ้าพระบอกว่า เราต้องการไม้-หญ้า-ผัก หรือว่าเราต้องการทำความสะอาดในที่ซี่งเกะกะรุงรังด้วยต้นไม้หรือผักหญ้าดังนี้เป้นต้น จึงทำให้ (ภูตคามวรรค ข้อ ๑)

๑๕. บุรุษ-สตรี นิมนต์พระให้ฉันอาหารอย่าออกชื่อโภชนะ ๕ คือ ข้าวสุก ขนมสด ขนมแห้ง ปลา เนื้อ ควรใช้กับปิยโวหาร คือ คำพูดที่สมควร เช่น พูดว่า “ขอนิมนต์ฉันเช้า” หรือว่า “ขอนิมนต์ฉันเพล” และต้องบอกวัน เวลา สถานที่ให้ชัดเจน ทั้งบอกให้พระทราบด้วยว่า ให้ไปกันเองหรือจะมารับ, อนึ่งการที่นิมนต์พระให้ฉันนั้นปรารภเรื่ออะไร ก็ควรบอกให้ทราบด้วย (โภชนวรรค ข้อ ๒)

๑๖. บุรุษ-สตรี เมื่อเลยเวลาเพลแล้ว คือตั้งแต่เที่ยงวันไปจนถึงวันใหม่ อย่านำอาหารไปประเคนพระ หากเป็นของที่เก็บค้างคืนได้ ไม่บูด ไม่เสีย เช่น ข้าวสาร ปลาดิบ เนื้อดิบ อาหารสำเร็จรูปบรรจุกระป๋อง มีปลากระป๋อง เป็นต้น ก็มอบไว้แก่ไวยาวัจกรของท่านได้ (โภชนวรรค ข้อ ๗)

๑๗. บุรุษ-สตรี ถ้าพระที่มิใช่ญาติ และตนมิได้ปวารณาไว้ ไม่เป็นไข้ ขอโภชนะอันประณีตคือ ข้าวสุกที่ระคนด้วยเนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ปลา เนื้อ นมสด นมส้มแม้อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ควรถวาย แต่ถ้าขอไปเพื่อผู้เป็นไข้ควรถวายโดยแท้    (โภชนวรรค ข้อ ๙)

๑๘. บุรุษ-สตรี เมื่อประเคนอาหารหรือยาเป็นต้น ทุกอย่างที่พระจะต้องกลืนกิน (ฉัน) ต้องประเคนให้ถูกวิธี ดังนี้

ก. ภาชนะหรือห่อของนั้น ไม่ใหญ่หรือหนักเกินไป ยกคนได้อย่างพอดี

ข. เข้าอยู่ในหัตถบาสของพระ ห่างจากพระประมาณ ๑ ศอก เป็นส่วนสุดของสิ่งของหรือของบุคคลผู้ประเคน

ค. น้อมกายถวายด้วยความเคารพ

ฆ. กิริยาที่ถวายนั้น ถวายด้วยมือ หรือของที่เนื่องด้วยมือ เช่นช้อน – ภาชนะก็ได้

ง. พระรับด้วยมือ หรือของที่เนื่องด้วยมือ เช่น บาตร-ผ้าก็ได้

(โภชนวรรค ข้อ ๗)

๑๙. สตรีไม่มีบุรุษผู้รู้เดียงสาอยู่เป็นเพื่อนต้องไม่นั่ง ไม่นอน ไม่ยืน ไม่เดินในห้องกับพระ แม้จะมีสตรีหลายคนก็ไม่ได้  (อเจลกวรรค ข้อ ๔)

๒๐. สตรี ต้องไม่นั่งไม่นอนในที่แจ้งกับพระ หนึ่งต่อหนึ่ง ถ้าสตรีหลายคนนั่งได้ แต่การนอนนั้นไม่ควร แม้การยืน การเดินกับพระหนึ่งต่อหนึ่งด้วยอาการซ่อนเร้น ก็ไม่ควร   (อเจลกวรรค ข้อ ๕)