Spring Break: The Break, The Rest

ที่ผมมาเรียนที่ Juniata College นี้ก็จะมีช่วงเวลาพักผ่อนอยู่ก็คือ Spring Break ครับ (ถ้าได้มาช่วง Fall semester ก็จะเป็น Fall Break) โดยหยุดนี้หยุดยาว ยาวกัน 1 สัปดาห์กับอีกสองสุดสัปดาห์ รวมเป็น 2+5+2 = 9 วันกันเลยทีเดียวครับ ช่วงเวลานี้ทาง Juniata College ก็จะปิดหอไม่อยู่ไม่ได้ต้องออกไปเที่ยวกันครับ Spring Break เป็นช่วงเวลาที่ทุกๆ คนตั้งแต่นักเรียน อาจารย์ และบุคลากรทั้งวิทยาลัยได้หยุดทำงานกันอย่างจริงจังครับ

IMAG2545

ใช่ครับ อาจารย์ก็หยุดเหมือนกัน ช่วงเวลานี้อาจารย์จะไม่สั่งงานให้ไปทำระหว่างหยุดพัก เพราะว่าแนวคิดของ Break นี้จะให้ได้รู้จักการพักจากงาน ไม่บ้าคลั่งทำงานตลอดเวลาครับ อาจารย์ไม่สั่งงานอาจารย์ก็ไม่มีงานต้องตรวจ แต่ถ้าอาจารย์จะอยู่บ้านแล้วเตรียมการสอนผมก็ไม่อาจทราบได้ครับ แต่เท่าที่ถาม ๆ อาจารย์ดูส่วนใหญ่ก็ไปเที่ยวหรือไม่ก็พักผ่อนอยู่บ้านกันนะครับ

สำหรับบทความนี้จะเล่าคร่าว ๆ โดยรวมของ Spring Break นี้ให้ฟังก่อน แล้วค่อยเล่าอย่างละเอียดแต่ละเมืองที่เที่ยวอีกรอบนึงครับ เพราะว่าเรื่องทั้งหมด 10 วันเล่าทีเดียวไม่หมดครับ ^^

Travel Maps
How my spring break travel look like.

ที่เห็นอยู่นี้เป็นประวัติการเดินทางของผมระหว่าง Spring Break นี้ครับ ช่วง 4 วันแรกผมออกเดินทางจาก Juniata College, Huntingdon, PA มุ่งหน้าไปยัง Washington DC เนื่องจากเป็นเมืองที่อาจารย์จาก มศว บอกมาว่าต้องไปให้ได้เมืองหนึ่ง ผมใช้เวลาอยู่ที่นั่นนานกว่าที่อื่นเป็นพิเศษ มี museum มากมายหลายแห่งครับ แม้ว่าจะอยู่หลายวันแล้วก็ยังเที่ยวไม่หมด เป็นย่านเหมือนกับสนามหลวง เรียกกันว่า Smithsonian ครับ ตรงนั้นมี White House, Congress, Lincoln Memorial, Smithsonian museums, Washington Munument, etc. รวมอยู่ด้วยกันหมดเลยครับ ห่างออกมาหน่อยก็จะเป็นสวนสัตว์แล้วก็กระทรวงกลาโหมที่โด่งดังในชื่อ Pentagon ครับ เดินทางมาที่ Washington DC นี้ผมก็นั่งรถตู้เหมาคันโดย Juniata มาครับ

IMAG2546

ณ Washington DC ผมอยู่ที่ apartment ของเพื่อนของพ่อของเพื่อน (เรื่องยาวนะครับ) เป็นเจ้าของร้านอาหารไทยอยู่ใน Washington DC หลายร้านด้วยกัน ผมและเพื่อน ๆ ได้มีโอกาสไปกินที่ร้าน “ไหมไทย” อยู่บริเวณ Gorge Town และอีกร้านนึงบริเวณ Pentagon Row รสชาติเป็นอาหารไทยยอดเยี่ยมไม่ผิดเพี้ยนจากต้นฉบับครับ รายละเอียดที่ร้านเป็นอย่างไรต้องเล่าให้ฟังแค่นอนครับ

IMAG2632

หลังจากอยู่ที่ Washington DC จนครบสี่วันแล้ว ณ คืนนั้นผมก็เร่ิมเดินทางโดยรถบัส ซึ่งบัสที่นี่ก็จะมียี่ห้อโด่งดังอยู่เจ้าเดียวคือ Greyhound bus ครับ ไว้หลังจากนี้ค่อยเล่าประสบการณ์รถ Greyhound ว่าเป็นอย่างไรให้ฟังครับ แต่ผมก็ออกเดินทางด้วยบัส โดยเดินทางตอนกลางคืน นอนบนรถ แล้วไปโผล่อีกทีที่อีกเมืองนี้ ผมทำแบบนี้กับเมืองสองเมืองคือ Cleveland, Ohio ผมเลือกไปเมืองนี้เพราะว่ามี Cugahoya River หรือที่มีฉายาในอดีตว่า River of Fire เพราว่าเขาสกปรกมากจนไฟไหม้กันเลยทีเดียวครับ แต่แล้วเมื่อสกปรกถึงขั้นไฟไหม้กันแล้วก็เลยได้รับความสนใจและดูและทำความสะอาด ใช้เวลาเพียง 10 ปีกว่า ๆ ก็สามารถกู้กลับมาให้สะอาดพอสมควรได้ ไม่ไม่กลิ่นและน้ำไม่ดำครับ แต่เมื่อผมเดินทางไปถึงเมือง Cleveland นี้แล้วก็เจอกับสภาพอากาศแปรปรวน ต้องรับมือกับพายุหิมะทำให้การเดินทางไปที่เมืองนี้ท้าทายมากกว่าเดิมครับ และอีกเมืองหนึ่งก็คือ Indianapolis, Indiana โดยผมอยากไปเนื่องจากว่าอยากไปดู Indiana University ที่มีชื่อเสียงโด่งดังพอสมควร อาจจะไม่ได้ยินชื่ออย่าง Oxford หรือ Haward แต่ว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่อลังการใช้ได้เลยครับ ที่ Indianapolis นี้เดินเที่ยวค่อนข้างง่ายมากครับ เนื่องจากว่าเมืองค่อนข้างกระชับ และเมืองเขาสร้างทางเดินเป็นเส้นทางท่องเที่ยวให้เดินชัดเจนมากครับ (แต่ผมก็ไม่เดินตามเส้นทางเขาอยู่ดี ^^) การเดินทางด้วยบัสไปเที่ยวเมืองละวันแบบนี้ทั้งสนุกและเหนี่อยมากครับ ผมแนะนำว่าไม่ควรเที่ยวแบบนี้ติดต่อกันเกินสองเมือง 3 คืนครับ และอีกอย่างหนึ่งคือ ควรที่จะมีเพื่อนร่วมทาง ร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยอีกซัก 1 คน เดินทางเป็นคู่ด้วยวิธีนี้จะช่วยกันดูแลซึ่งกันและกันได้และเหนื่อยน้อยลงครับ เรื่องราวต่าง ๆ โดยละเอียดเกี่ยวกับ One Day Trip ของผมก็ติดตามกันในบทความต่อ ๆ ไปนะครับ

หลังจากเดินทางแบบไม่หยุดไม่ยั้งแล้วผมก็จบการท่องเที่ยว Spring Break นี้ด้วยการไปเยี่ยมชม Pittsburgh, Pennsylvania เมืองที่ใหญ่อันดับสองรองจาก Philladiphia ในรัฐ PA นี้เองครับ แต่ไปเที่ยวคราวนี้ไม่ได้ไปแบบธรรมดาเพราะผมสมัครเข้าโครงการขององค์กรชื่อ GlobalPittsburgh เป็นโครงการที่รับนักเรียนจากที่ต่าง ๆ ไปอยู่บ้าน Home stay ระยะเวลานานที่สุดไม่เกิน 6 เดือนครับ แต่ผมไปแค่สามวันครับ โครงการนี้ถูกแนะนำมาจากเจ้าหน้าที่ที่ Juniata นี้ เขาบอกว่านักเรียนไปกันมาหลายรอบแล้วบอกว่าดี และยังมีดีลกับ Juniata ให้ราคาพิเศษอีกด้วย ผมก็เลยสมัครไปแล้วก็ได้ไปอยู่บ้าน Home stay สามวันสองคืนครับ ค่าใช้จ่ายคิดแบบเหมา ๆ แล้วถูกกว่าอยู่โรงแรมพอตัวครับ แต่ถ้าพิจารณาประสบการณ์ที่ได้จาก host แล้วจะคุ้มกว่าอยู่โรงแรมมาก ๆ ครับ และเช่นกันว่าเรื่องราวโดยละเอียดใน Pittsburgh จะเป็นอย่างไรก็ขอให้ติดตามตอนต่อไปนะครับ

IMAG4187

เมื่อกลับมาถึง Juniata College แล้วเราก็รู้สึกคิดถึงนิดหน่อย เมื่อเดินมาถึงห้องเรา เตียงนอนเรา ก็นึกในใจว่า “Home, sweet home.” ผมกลับมาถึงตอนก่อนเที่ยงนิดหน่อย อีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมาก็มีเพื่อนร่วมหอเดินทางมาถึง พูดเสียงดังอยู่ตรงทางเดินเป็นประโยคเดียวกับผม “Home, sweet home”

ทุกคนที่กลับมาจาก Spring Break ก็จะถามเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นอย่างไร สบายดีไหม ไปเที่ยวมาเป็นอย่างไร สนุกหรือเปล่า ผิวสีแทนขึ้นนะ (สีคล้ำเนื่องจากไปชายหาด) ตัดผมใหม่นี่ (นักเรียนส่วนใหญ่ใช้จังหวะนี้กลับบ้านไปตัดผมครับ) ไปไหนมาบ้าง เจอพายุหิมะหรือเปล่า พร้อมเรียนพรุ่งนี้หรือยัง แต่เท่าที่นั่งฟังคนอื่นคุยกันในโรงอาหารก็ไม่เห็นมีใครทวงของฝากนะครับ (ฮา…) ถือว่าทุกคนได้ไปเที่ยวอย่างเท่าเทียมกันครับ ^^

สภาพอาคารและสถานที่ก็เปลี่ยนแปลงไปบ้างครับ ในตึกใหญ่ที่มีโรงอาหาร Ellis Hall ก็ทาสีข้างในใหม่ ให้บรรยากาศสดชื่นครับ พื้นในหอมีการเคลือบใหม่ ทำความสะอาดใหญ่ สนามหญ้าจากช่วงที่หิมะตกหนักไม่ได้เห็นมานาน ตอนหิมะตกต้องเอารถกวาดหิมะออกข้างทาง บางครั้งไถพื้นหญ้าเสียหายไปบ้างเขาก็เอาหญ้าเขียวสดมาปลูกใหม่เรียบร้อยครับ เรียกได้ว่าสถานที่พร้อม คนก็พร้อม เป็นความสดชื่นที่ได้กลับมาจากหลังจาก Spring Break หมดลงครับ

Pargorn Puttapirat
Juniata College
Huntingdon, PA

2 Replies to “Spring Break: The Break, The Rest”

Leave a Reply