Long Night: Washington, DC to Cleveland, Ohio

การเดินทางของผมมาที่ Cleveland, Ohio ครั้งนี้รวมอยู่ในช่วงเวลาวันหยุดพักผ่อนที่มีกันทั่วไปในสหรัฐอเมริกา เป็นการหยุดเมื่อถึงกลางภาคเรียนครับ ถ้าเป็น Spring Semester แบบนี้ก็เป็น Spring Break (บ้างเรียก Spring Recess, บ้างเรียก Spring Vacation) ครับ ถ้าหากอยากจะอ่านภาพรวมเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในครั้งนี้ต้องไปอ่าน “Spring Break: The Break, The Rest” ณ Zodsai live ที่เดิมนี่เองครับ

Before Cleveland, Ohio

วันก่อนที่ผมจะไปถึง Cleveland, Ohio เป็นวันที่ผมเดินเที่ยววันสุดท้ายอยู่ใน Washington, DC ซึ่งเป็นการเดินเที่ยวที่ผมมีครบทุกอย่าง ครบทุกอย่างนี้คือ มีสัมภาระทั้งหมดที่เอามาด้วย มาเที่ยวครั้งนี้ผมเอาของต่าง ๆ มาน้อยมาก ๆ น้อยที่สุดเท่าที่เคยเอาไปไหนมาไหนด้วยครับ ระหว่างเรียนอยู่ที่นี่ผมไม่มีกระเป๋าเดินทาง Backpack แต่อย่างใด กระเป๋าที่ผมใช้คือเป้สพายหลังที่ใช้เวลาไปเรียน อาจจะใหญ่กว่าของคนปกติทั่วไปซักหน่อยเพราะผมต้องใส่โน็ตบุ๊คขนาด 15 นิ้วครับ แต่อย่างไรก็ตามกระเป๋านี้ไม่ได้ออกแบบมาให้ทำอะไรแบบนี้ แต่ผมก็ไม่มีทางเลือก ไปแบบนี้ล่ะครับ

สมัยตอนเป็นนักเรียน ม.ปลาย ผมมีของทุกอย่างพร้อมเสมอ เรียกได้ว่ามีทุกอย่างที่เพื่อนต้องการ (บางทีไม่จำเป็นสำหรับตัวเอง) ^^ อย่างไรก็ตาม ของอย่างนึงที่ผมหยิบออกจากกระเป๋าปกติก็คือแว่นตา มาอเมริกาครั้งนี้ผมเอามาครบหมดทั้งแว่นใส แว่นดำกันแดด (ไม่มีแว่นสายตา) แต่ตัดสินใจหยิบออกเนื่องจากว่ากระเป๋ามันแน่นมากกลัวแว่นพัง และเท่าที่อยู่มา 2 เดือน ได้มีโอกาสใช้แค่วันเดียวเท่านั้นครับ แต่เมื่อมาถึง Cleveland แล้วต้องการเรียกร้องหาแว่นตามาก ๆ ครับ ไว้เล่าต่อไปว่าทำไมครับ

มาดูของที่ต้องเอามาแต่ไม่ได้ใช้บ้าง สิ่งนั้นคือกระเป๋ายาครับ ยาแก้ปวดหัว ปวดท้อง แก้ไอ ยาสามัญประจำกระเป๋า อันนี้ถือว่าต้องเอามาเผื่อป่วยครับ แต่อย่างไรถ้าบางคนไม่มีอยู่กับตัวผมแนะนำว่าไม่ต้องเอามาก็ได้ถ้าไม่ต้องการยาพิเศษ เนื่องจากรายทางจะมีร้านขายยาอยู่ตลอดเวลาเพราะว่าเราเดินในเมืองใหญ่ครับ ยาหาได้รายทางเสมอ แต่ทางที่ดีคือ “ห้ามป่วย” ครับ

ส่วนของที่ผมคิดว่าคนปกติไม่พกและใช้ประโยชน์ได้มาก ๆ มีดังต่อไปนี้ครับ อย่างแรกเลยก็คือไฟฉายแบบติดหัวและกันน้ำ เราไม่ได้เข้าป่าดงพงไพรแต่ว่าเมื่อเราหลงทางตอนกลางคืนอย่างผมหลงทางที่ดีซี การมีไฟฉายทำให้อุ่นใจขึ้นเยอะเพราะจะสามารถสอดส่องได้ว่ามีใครมาด้านหน้าด้านหลังหรือซ่อนอยู่ตามซอกมุมบ้างครับ อย่าคิดว่ามือถือสมาร์ทโฟนหรืออื่น ๆ ก็มีไฟฉายติดมาด้วย เพราะว่าไฟฉายเหล่านั้นไฟแรงไม่พอ แสงกระจายรบกวนคนอื่น และที่สำคัญเราไม่อยากจะเอาของมีค่ามาก ๆ ออกมาโชว์ระหว่างทางให้เป็นเป้าหมายของคนร้ายได้ครับ อีกอย่างคือฝรั่งแถวนี้นิยมวิ่งตอนกลางคืนแล้วผมก็เห็นเขาใช้ไฟติดหัวแบบนี้เหมือนกัน เป็นการทำให้เหมือนกับเรากำลังวิ่งออกกำลังกายอยู่เป็นปกติ ไม่ใช่นักท่องเที่ยวครับ

ผ้าปิดตา กรณีนี้ผมไม่ได้เอาถ้าปิดตามาโดยตรง แต่ว่าผมใช้ผ้าปิดหูกันหนาวแบบที่คาดทั้งหัว เอาส่วนด้านหน้าลงมาปิดตาใช้นอนบนรถได้เป็นอย่างดีครับ รถบัสที่นี่ไม่มีม่านปิดด้านข้างครับ แม้ว่าจะเป็นตอนกลางคืนก็ใช้บังแสงจันทร์ ไฟถนน และรถคันอื่น ๆ ได้ครับ

ปลั๊กพ่วงแบบสายไฟยาวหน่อยครับ ที่พูดถึงนี้บางคนอาจจะเรียกว่ารางปลั๊ก ใช่แล้วครับ ยอมแบกซักหน่อย เนื่องจากเวลามีปลั๊กตามที่ชาร์จจำกัดแล้วมันเต็ม เราก็ไปขอเขาแชร์ได้ครับ เอาของเราไปเสียบแล้วให้เขาเสียบต่อจากปลั๊กเราครับ ด้วยคุณสมบัติชาวอเมริกันที่เรียกว่า friendly แล้วไม่ต้องห่วงว่าเขาจะปฎิเสธถ้าเราถามเขาดี ๆ ครับ พวกเขาไม่แคร์วิธีการถ้าเขาได้ชาร์จด้วยเหมือนกันครับ บางครั้งปลั๊กอยู่ไกล เราก็สามารถใช้สายไฟยาวของเราในการต่อไปให้ถึงที่ที่เรานั่งได้ครับ หรือกรณีปลั๊กอยู่ไกลมาก ๆ ผมใช้วิธีเอามือถือใส่ถุงผ้าพร้อมกับปลั๊กทั้งหมดแล้วไปวางไว้ข้างปล๊ก มีแต่สายไปโผล่ออกมาจากถุงแล้วนั่งเฝ้าจากระยะไกลครับ (ไม่ได้ทำบ่อยนักครับ) เชื่อว่าวิธีนี้ใช้ได้ดีกับทุกคนครับ

สุดท้ายคือทิชชูเปียก มีขายตามร้านทั่วไปเหมือนกันครับ แต่พกไว้ใช้ให้ความสดชื่นได้เป็นอย่างดีและทำความสะอาดได้ด้วยครับ

The Travel Begins

ผมออกเดินทางจากสถานีรถไฟใน Washington DC ที่เรียกกันว่า Union Station ณ ที่แห่งนี้มีรถทุกรูปแบบให้เลือกครับ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ รถบัส รถไฟใต้ดิน ฯลฯ เหมือนกับหมอชิตที่เมืองไทยครับ ขาดเครื่องบินเหมือนกัน ^^

Washington DC - Union Station

ก่อนจะหาสถานที่จอดรถบัสเจอใช้เวลานานพอสมควรเลยครับ ผมเดินหลงอยู่หลายบล็อคเหมือนกัน สุดท้ายตัดสินใจถามประชาสัมพันธ์/สารสนเทศ (Intormation) ที่สถานี Union Station และผมก็เจอชายคนหนึ่งผิวคล้ำสำเนียงอินเดียเสียด้วย ผมเดินเข้าไปหาเขาพร้อมกับหน้าตานักท่องเที่ยวต่างชาติหลงทาง อายุน้อยอีกต่างหาก

Umm…, Do you know where the Greyhound station is?
Yes (ถ้าให้เหมือนต้องเขียนว่า Yress), I do!
(smile :-))
Umm…, Could you please tell me where is it?
It is located ~~~~~~
Okay, Thank you very much. พร้อมกับรีบเดินออกมา
เขาตะโกนให้หลังมาอีกบอกว่า You’re welcome very much!

IMAG3432

 

เพดานของเขาเป็นสถาปัตยกรรมแบบไหนผมไม่ทราบ เมื่อก่อนหัวลำโพงของเราก็มีผนังหินอ่อนนะครับ แต่ว่าผมไปทำสารคดีวิชาภาษาไทยเมื่อปีที่แล้วก็ไม่เจอแล้ว

 

Snow Storm is Come’n to Town

ข่าวร้ายอย่างหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้มาถึงมือถือของผมตั้งแต่การเดินทางยังไม่เริ่ม คือจะมีพายุหิมะมาเยี่ยมเยือนเขต East Coast ซึ่งหมายถึงทุกที่ที่ผมจะไปยกเว้น Indianapolis, IN ครับ และ Cleveland ก็เป็นเมืองที่ติดน้ำ หมายความว่าเวลามีสภาพอากาศเลวร้ายแบบนี้จะรุนแรงกว่าที่อื่น ๆ ครับ คำถามเกิดขึ้นในหัวมากมาย รถบัสเราจะไปถึงหรือเปล่า จะยกเลิกหรือเปล่า จะไปติดระหว่างทางหรือเปล่า ไปถึงแล้วจะทำยังไงต่อถ้าเจอหิมะหนักจริง ๆ เสื้อผ้าเราพร้อมกับพายุนี้หรือเปล่า รองเท้าเราเดินในพายุหิมะไหวหรือไม่ เพราะนี่เป็นพายุหิมะครั้งแรกที่ผมจะเจอครับ

ผมไปนั่งอยู่ในห้องนั่งรอของสถานีรถพร้อมกับหาข้อมูลด้วยมือถือเครื่องน้อย ๆ ของเรา ไปเที่ยวคราวนี้ผมไม่เอาอุปกรณ์ electronic อะไรติดตัวไปด้วยเลยนอกจากมือถือกับแบตฯสำรอง เพื่อความปลอดภัยและไม่หนักกระเป๋าครับ ระหว่างนั่งรอผมก็ไปเดินเที่ยวในสถานี Union Station ด้วยเพื่อหาอาหารเย็นกินได้ Cheese Burger มาจาก BurgerKing ที่นี่ครับ ตอนตัดสินใจซื้อก็คือว่าจะได้เปรียบเทียบรสชาติกับของเมืองไทย พอซื้อมานั่งกินแล้วก็เพิ่งนึกออกว่าเราไม่เคยกัน Cheese Burger จาก BK ที่เมืองไทยนี่นา …. ^^โอเค เดี๋ยวค่อยกับไปเทียบตอนถึงไทยก็ได้

Burger King at Union Station

ระหว่างรอเบอร์เกอร์ของเราหลังจากที่สั่งไปแล้ว ผมก็ยืนรออยู่ข้างหน้า BK แล้วก็มีเด็กอายุประมาณ 12 ประมาณสี่ห้าคนเดินมาพูดกับเรา ผมได้ยินว่า “อยอน ลอร์น?” ผมอึ้งไปซักพัก เขาถามอีกครั้งถึงได้ยินว่า “Are you in line?” ด้วยสำเนียงอังกฤษ ดังนั้นเที่ยวเมืองใหญ่แบบนี้เจอทุกสัญชาติครับ ต้องปรับสำเนียงหูให้รับได้ทุกสำเนียง ทุกภาษาครับ

IMAG3438

 

ระหว่างเดินไปเดินมาก็เจออีกอย่างครับ มันคือตู้ของของอัตโนมัติจากร้าน Best Buy ซึ่งเป็นร้านขายอุปกรณ์ไอทีที่เป็นที่รู้จักของที่นี่ครับ เราสามารถกดซื้อไอแพดจากตู้ได้แล้วครับ ที่นี่เลย

IMAG3436

สถานที่นึงที่ผมอยากไปที่ Cleveland ก็คือ The Great Cleveland Aquarium ครับ ซึ่งแผนที่แล้วดูแผนที่อีกก็ห่างจากท่ารถพอสมควรเลยครับ กว่าจะเดินทางไปถึงต้องใช้เวลาในสภาพปกติถึง 30 นาทีครับ แล้วในสภาพพายุหิมะจะใช้เวลามากกว่าเดิมหรือไม่ ถึงจุดนี้ผมรู้สึกว่าผิดแผนไปซะหมด น่าจะลงใต้ไปให้มากกว่านี้ (แต่จริง ๆ ก็ไม่ไปอีกครับ เพราะมันไกลและแพงเกินไป) มีเพื่อน ๆ ที่ JC ก็เดินทางไปยังรัฐริมชายหาดอย่างฟอริด้ากันหลายคนด้วยกัน สำหรับคนที่นี่ชายหาดมีค่าสำหรับเขามากครับ แต่สำหรับผมคิดว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวอีกไม่กี่สัปดาห์ก็กลับไทยไปมีปักษ์ใต้บ้านเราใกล้นิดเดียวครับ

Screen Shot 2014-03-21 at 12.50.56 AM

 

การเที่ยวครั้งนี้ผมใช้ Google Maps เยอะมาก ๆ ครับ เพราะเป็น application แบบ location-based จึงให้แอพแนะนำสถานที่น่าเที่ยว ร้านอาหาร และ museum ใกล้ ๆ ได้เป็นอย่างดีครับ ข้อเสียคือต้องต่ออินเทอร์เน็ต ถ้าไม่ต่ออินเทอร์เน็ตก็จะเป็นเหมือนกับแผนที่เปล่า ๆ ธรรมดาไม่มีความสามารถอะไรครับ ผมจึงต้องหา Free WiFi ต่อตามสถานที่ต่าง ๆ ตลอดเวลาครับ

Let’s get on the Greyhound Bus

อีกครั้งหนึ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่ผมนั่งรถบัสโดยสาร Greyhound ครับ สิ่งที่ได้ยินมาก็ไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่ครับ เช่นบริการไม่ดี เจ้าหน้าที่ไม่สุภาพ รถดีเลย์ หรือยกเลิกโดยไม่แจ้งล่วงหน้า สถานีบริการสกปรก ทั้งหมดที่ได้ยินมาไม่ว่าจะจากคนที่รู้จัก คนที่คุยกันระหว่างทาง หรือรีวิวบนอินเทอร์เน็ต/Google Maps ก็บอกเป็นเสียงเดียวกัน ทำให้ผมไม่คาดหวังบริการดีเลิศ และก็ทำให้เราไม่ผิดหวังมากครับ สถานีบริการที่ดีซีอาจจะสร้างใหม่ ทุกอย่างดูใหม่มากครับ อันนี้ถือว่าเราโชคดีไป

เรื่องนี้ขอชี้แจงให้ชัดเจนว่าเรื่องราวต่อไปนี้ผมไม่ได้ทำการเหยียดสีผิวแต่อย่างใดนะครับ แต่เนื่องจากพบชาว African American บางคนเรียกว่าคนผิวดำ ผมอยู่ที่ Juniata ไม่มีโอกาสได้เจอแบบนี้ครับ สำเนียงการพูดจะต่างออกไป สั้นห้วนกว่า จะฟังไม่นุ่มนวลเหมือนคนผิวขาวพูดครับ เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจบรรยากาศจะใช้คำว่า African American นะครับ

เมื่อเข้าสถานี Greyhound ก็จะเจอชาว African American เพิ่มขึ้นครับ ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน เจ้าหน้าที่ คนขับรถ ไปจนถึงผู้โดยสารครับ เข้าใจที่แม่บอกมาว่าคนแบบนี้น่ากลัวเป็นยังไง เราก็กลัวนิด ๆ แต่ไม่เป็นไรครับ เขาแค่ดูน่ากลัวเฉย ๆ (ตัวใหญ่กว่าเราด้วย) คนเหล่านี้ไม่ได้ดำเหมือนกับชาวไทยที่ผิวดำนะครับ ถ้ามาเทียบกันคนไทยผิวคล้ำจะเรียกว่าเป็นสีน้ำตาลแทนซะมากกว่าครับ

สิ่งที่เซอร์ไพรส์สำหรับรถบัส เรียงจากลำดับที่รู้ก่อนนะครับ อย่างแรกเลยคือ บนรถมีปลั๊กไฟด้วยครับ เมื่อรู้ก็คิดในใจว่ารอดตายแล้วเรา มือถือมีแบตฯใช้ตลอดเวลาแน่นอน และไม่ต้องไปเที่ยวเสียบปลั๊กตามที่แปลก ๆ ที่สถานีด้วยครับ อย่างที่สองเขาบอกว่ามี Free WiFi ให้ใช้บนรถบัส แต่อันนี้ไม่จริงกับคันที่ผมนั่งครับ เขาบอกว่ามีเฉพาะบางคัน ผมนั่งมาสี่คันไม่เจอซักคัน แต่อย่างน้อยก็มีให้ใช้ตามสถานีรถครับ และอย่างสุดท้ายคือตอนผมได้ขึ้นรถและไปนั่งที่เบาะนั่ง คือเบาะใหญ่มาก กว้างมาก และที่ยืดขาเยอะมากครับ ใหญ่กว่าเครื่องบินชั้นประหยัดเสียอีก และสุดท้ายคือกระจกทุกบานของรถบัสสามารถทำเป็น Emergency Exit ได้หมดทุกบานครับ ปกติรถทัวร์บ้านเราจะมีประตูเล็ก ๆ อยู่หนึ่งบานบริเวณค่อนไปทางด้านท้ายรถ อันนี้ถ้าเกิดอะไรขึ้น (ซึ่งขอให้ไม่เกิด) ผมก็มีทางหนีรอดได้เยอะครับ

ระหว่างเดินทางบนรถจะมีการประกาศว่ารถคันนี้ไปไหนแวะที่ไหนจอดที่ไหนอย่างไรบ้าง คนขับคนแรกของผมเขาเป็นคนตลกครับ เป็นแบบนี้เฉพาะบางคนและบางคันที่นั่ง ผมได้แอบอัดเสียงมาบ้างไปฟังกันครับ

จากนั้นก็นั่ง ๆ นอน ๆ หลับ ๆ จนไปถึงที่หมายครับ ถึงแล้ว Cleveland, Ohio

IMAG3452

Finally Arrived

ผมเดินทางไปถึงตอนเวลาประมาณเกือบตีห้าครับ เป็นเวลาเช้ามาก ก็นั่งรอที่สถานีต่อจนดวงอาทิตย์ขึ้นก่อนค่อยออกจากสถานีเพื่อความปลอดภัย ตอนแรกจะออกไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ริมแม่น้ำ ซึ่งที่ Cleveland เป็นที่ ๆ ดีที่สุดสำหรับจะดูพระอาทิตย์ขึ้นจากเมืองทุกเมืองที่ผมไปแล้วครับ แต่ก็มีฝนตกและมืด และเป็นครั้งแรกที่ทำแบบนี้เลยไม่กล้าออกไปครับ

ผมพยายามหาสถานที่ไปสำรอง และดูเส้นทางรถบัสซ้ำหลายรอบจนแน่ใจว่าจะไป The Greater Cleveland Aquarium ให้ได้ครับ และหลังจากนั้นอาจจะไปแวะที่ห้องสมุดสาธารณะหรือ public library ซึ่งเขาปิดช้าเป็นพิเศษครับ และอยากจะไปดู science center ริมน้ำด้วยครับ แต่คิดว่าเวลาไม่เอื้ออำนวยสำหรับวันที่มีพายุหิมะแบบนี้ครับ แผนระยะสั้นของผมก็คือไปยังไงก็ได้เอาให้ถึง Aquarium ก่อนครับ

และแล้วฟ้าก็สว่างและเราก็ได้ออกจากสถานี เป็นอย่างไรต่อไป ไปเที่ยวที่ไหนบ้าง โปรดติดตามอ่านกันต่อไปครับ …

IMAG3459

Pargorn Puttapirat
March 13th, 2014
Cleveland, OH, USA

Leave a Reply