Field Trip 1: The Travel to Johnstown Heritage Discovery

เรียนเอาปริญญากันแล้ว มีทัศนศึกษาด้วย สมัยตอนเด็ก ๆ ไม่ว่าจะอยู่โรงเรียน อนุบาลจนถึงมัธยมปลาย เราล้วนแล้วแต่มีทัศนศึกษากันกันอย่างน้อยปีละครั้งสองครังกันอย่างแน่นอนครับ แต่เมื่อผมได้ “ไปทัศนศึกษา” ตอนโตอยู่ College อย่างนี้แล้ว รู้เลยว่าที่เคยไป ๆ มามันคือไปเที่ยวนอกสถานที่เป็นเหมือนการซ้อม แต่คราวนี้ไปจริง เรียนรู้จริง เตรียมตัวจริง และเมื่อไปถึงก็รู้เรื่องดีครับ

IMAG1993

คนที่เห็นในรูปนี้เป็นอาจารย์ที่สอนวิชานี้ American: Nation of Immigrants เป็นได้หลายอย่าง เป็นอาจารย์ เป็นรองคณะบดี เป็นคณะบดี เป็นคนนำทาง และเป็นคนขับรถให้เราด้วย … และที่สำคัญคืออาจารย์ก็เป็นคนนำเรา คุยแลกเปลี่ยนความคิดต่าง ๆ ระหว่างทาง ทำให้การนั่งรถเป็นประโยชน์และไม่มีโอกาสได้หลับ

IMAG2012

Juniata College ตั้งอยู่ในเมือง Huntingdon, Pennsylvania ซึ่งใช้เวลาเดินทางไปยังเมือง Johnstown ประมาณ 2 ชั่วโมง … คนที่นี่ไม่นับระยะทางการเดินทางกันเป็นกิโลเมตรหรือเป็นไมล์ แต่จะนับเป็นเวลา เช่น เมืองนี้ห่างออกไป 2 ชั่วโมง อะไรแบบนี้ครับ สภาพถนนแถวนี้เป็นเทือกเขา เดินทางขึ้น ๆ ลง ๆ เมื่อรวมกับอากาศในรถที่จะใช้ฮีตเตอร์เพื่อให้ลมร้อนออกมาแล้วทำให้ผมเมารถได้ ทั้ง ๆ ที่อยู่เมืองไทย นั่งขึ้นเหนือลงใต้ก็ไม่เคยเมารถ อาจจะเพราะว่าหลับตลอดก็ได้นะครับ ^^

IMAG1996 IMAG2001

อย่างที่ทราบกันดีว่า ถนนที่นี่ขับทางขวา ถ้ามาใหม่ ๆ ก็จะขึ้นรถผิดทางบ้าง เสียว ๆ เวลาเขาเลี้ยวข้ามแยกบ้าง เป็นเรื่องปกติครับ … ข้ามถนนก็ต้องสลับทางดูรถเหมือนกันนะครับ

IMAG2021

การข้ามภูเขาไม่ใช่เรื่องง่ายเป็นการลัดเส้นทาง จึงมีการสร้างรถกระเช้าใช้ข้ามภูเขาเฉพาะคนท้องถิ่น เพื่อไปธุระหรือทำงานได้เร็วขึ้น

IMAG2023

เมื่อก่อนเมือง Johnstown เป็นเมืองที่ทำอุตสาหกรรมโลหะ ส่วนใหญ่ก็เอาไปทำรางรถไฟ บริเวณนี้เป็นโรงงานที่ทำโลหะดังกล่าว ซึ่งความยาวรวมกันราวกิโลได้ครับ และสมัยก่อนไม่ได้เป็นโรงงานที่มีแต่เครื่องจักรขนาดใหญ่เหมือนโรงงานสมัยนี้เท่านั้น ยังมีแรงงานกระจุกอยู่ในพื้นที่นี้อย่างแออัดอีกด้วย อเมริกาในสมัยก่อนไม่ได้ดีไปกว่าโรงงานในไทยที่มีปัญหาความปลอดภัยและสวัสดิภาพแรงงานแต่อย่างใด รายละเอียดต้องติดตามอ่านต่อนะครับ

IMAG2026ผู้อพยพสมัยก่อนล้วนมาจากต่างถิ่นกัน พูดภาษาไม่เหมือนกัน วัฒนธรรมไม่เหมือนกัน รูปลักษณ์ก็ไม่เหมือนกัน พวกเขาจึงรวมตัวกันเพื่อให้รู้สึกว่ามีพวกเดียวกันอยู่ด้วยกัน สิ่งแรก ๆ ที่พวกเขารวมตัวกันสร้างก็คือโบสถ์ ซึ่งดำเนินการต่าง ๆ ในภาษาของตัวเอง และเป็นที่พึ่งทางจิตใจของพวกเดียวกันเอง ด้วยเรื่องเหล่านี้ทำให้เกินโบสถ์ขึ้นหลายแห่งในเมืองเดียวกัน ระบุไว้ว่ามากถึง 6 แห่งด้วยกัน

IMAG2027 IMAG2032

และในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงพิพิธภัณฑ์อย่างปลอดภัยครับ ตัวอาคารของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เคยเป็นโรงเบียร์มาก่อน จากนั้นพอรัฐออกกฎหมายห้ามจำหน่ายแอลกอฮอลแล้ว ก็ทำให้โรงเบียร์แห่งนี้ต้องปิดตัวลงไปครับ เนื่องจากถ้ายังทำขายต่อก็จะผิดกฎหมายได้ เมื่อต้องปิดไปก็ทำให้อาคารแห่งนี้ต้องผ่านมือมาอีกหลายมือ ผมก็จำไม่ค่อยได้ ถ้าจำไม่ผิดล่าสุดจะเป็นโรงงานกระดาษ แล้วก็ถูกซื้อต่อมาทำพิพิธภัณฑ์นี่ล่ะครับ
IMAG2038อย่างที่ทราบกันว่าชาวอเมริกันเป็นคนตรงเวลามาก ๆ เราพลาดตรงที่มาก่อนเวลาไปประมาณ 5 นาที เขาก็ยังไม่เปิดครับ ต้องยืนรอด้านนอกซึ่งหนาวเอาการ แต่ทุกคนก็โอเคดีครับ เราเลยใช้เวลาช่วงนี้ด้วยการถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน

IMAG2037

 

ทั้งห้องเรียนมีกันเท่านี้ล่ะครับ คนถ่ายเป็นผู้อำนวยการหลักสูตร ESL (English as Second Language) ชื่อไมเคิ้ล บีมเมอร์ และเขาก็เป็นคนขับรถอีกคันหนึ่งมาโดยไม่ต้องใช้คนขับรถให้เปลืองทรัพยากรเลยครับ

เรื่องข้างในเป็นอย่างไรต่อไป คอยติดตามนะครับ

By Pargorn Puttapirat

 

 

Published by

Pargorn Puttapirat

Master student at Department of Computer Science and Technology, Xi'an Jiaotong University, China Currently working on Biomedical Text Mining Alumni of Department of Biomedical Engineering, Srinakharinwirot University, Thailand

One thought on “Field Trip 1: The Travel to Johnstown Heritage Discovery”

Leave a Reply