The Different 1

ความแตกต่าง

ความแตกต่างมันอยู่มากมายในการเดินทางมาเรียนที่ Juniata College แห่งนี้ แตกต่างด้วยวัฒนธรรม ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ผู้คน เวลา ขณะที่เขียนอยู่นี้ข้างนอกหิมะตกหนาประมาณเหยียบแล้วมิดรองเท้า พยากรณ์อากาศซึ่งเชื่อได้บอกว่าอุณหภูมิประมาณ -12 องศาเซียลเซียสในตอนกลางคืน (ซึ่งไม่มีใครอยากออกไปไหน) และราว ๆ -5 องศาในช่วงกลางวัน และหิมะจะตกลงมาอีกในสองสามวันข้างหน้านี้

IMAG1780

เรื่องนี้ผมขอแบ่งออกเป็นหลายช่วงดีกว่า ถ้าเขียนช่วงเดียวหมดเขียนยังไงก็ไม่จบครับ

ความหนาวเย็น

สิ่งนี้เห็นได้ชัดคือมีหิมะด้วย ในสภาพเย็น ๆ แบบนี้ ในอาคารจะอบอุ่นด้วยฮีตเตอร์ ความหนาวระดับหิมะนี้จะทำให้เรารู้สึกดีกับลมอุ่นขึ้นมาถนัดใจเลยครับ และด้วยความเย็นเยือกนี้ก็ทำให้ประตูที่เมืองหนาวจะเป็นแบบปิดเองได้

IMAG1718

IMAG1725 IMAG1703

หญ้าใต้หิมะเป็นยังไงบ้าง … ตอนแรกผมมาที่นี่หิมะยังไม่ตก เจอสนามหญ้าเขียนขจี จากนั้นหิมะก็ตกลงมาคลุมทุกอย่างที่อยู่บนพื้น ตอนแรกก็ยังไม่ได้คิดอะไร แต่นานวันไปก็เริ่มคิดถึงสนามหญ้าสีเขียวว่ามันจะเป็นอย่างไรบ้าง ไม่เจอแสงแดดนานเป็นวัน ๆ แล้วพอหมดฤดูหิมะแล้วเขาต้องปลูกหญ้าใหม่เลยเหรอ แต่แล้วมันไม่ใช่แบบนั้นเพราะว่าหิมะทำหน้าที่เหมือนตู้เย็นให้หญ้า แช่แข็งเอาไว้แล้ว แถมตอนหิมะละลายก็เหมือนเป็นการรดน้ำให้หญ้าได้ฟื้นคืนสู่แสงแดดอีกด้วยครับ

IMAG1719

IMAG1713-SNOW

สิ่งที่ตามมากับความหนาวเย็นคือเสียงที่ดังขึ้น ใช่แล้วครับ…สำหรับคนที่ยังจำกฎฟิสิกส์ได้ว่าเสียงเดินทางได้เร็วกว่าในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า และสำหรับกรณีนี้อุณหภูมิต่ำมาก เสียงเราแค่พูดเบา ๆ ก็ได้ยินกันไปเป็นซอย ๆ เลยทีเดียว จุดนี้อาจจะทำให้เรารู้สึกว่าฝรั่งเขาพูดกันเสียงเบาเมื่อมาเมืองไทย ก็เพราะจริง ๆ แล้วตอนเขาอยู่บ้านตัวเองเขาอ้าปากแค่นิดเดียวก็ฟังกันรู้เรื่องแล้ว และไม่อยากอ้ามากเดี๋ยวความอบอุ่นจะออกจากร่างกายไปเสียหมด

ตำราเรียน

การเรียนที่ Juniata College ค่อนข้างต้องใช้ตำราเรียนเป็นเล่ม ๆ ไม่แจกเป็นชีทเรียนเยอะ ๆ หรือให้ไฟล์เยอะ ๆ มาให้นักเรียนปริ้นเป็นร้อย ๆ หน้า เนื่องจากอาจารย์เคารพในสิทธิของคนเขียนหนังสือ จะเอาความรู้ของเขาที่เขาเขียนมาใช้ก็ให้ซื้อของคนเขียนนั้นมาอ่าน เท่าที่เรียนมายังไม่เจอถ่ายเอกสารหนังสือแจกแม้แต่หน้าเดียว แม้อาจจะอ้างได้ว่าใช้เพื่อการศึกษาก็ตาม

IMAG1533

 ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายภายใต้สภาพอากาศแบบนี้ แน่นอนว่าต้องไปออกกำลังกันในยิมซึ่งยิมแถวนี้เขาก็มีทุกอย่างแบบ in door ที่เราไม่ทำกันที่เมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ สนามเทนนิส สนาม soccer สนามบาสเก็ตบอล และอื่น ๆ ทั้งหมดนี้อยู่ “ในอาคาร” หมดเลยครับ

IMAG1734

ข้างนอกแค่เดินก็แย่แล้ว ไม่มีใครออกมาวิ่งไปวิ่งมาออกกำลังกายแบบเมืองไทย ทุกคนออกจากที่ตั้งตัวเองและรีบไปให้ถึงจุดหมายอย่างเร็วที่สุดครับ แต่แล้วก็ยังมีคนบางคนหรือบางกลุ่ม วิ่งกลางหิมะให้เราได้เห็นกันบ้าง กลุ่มนี้ผมเห็นตอนเดินผ่านยิม พวกเขาวิ่งออกมาจากยิม คาดว่าน่าจะเป็นพวกนักวอลเลย์บอลครับ หรืออะไรก็ได้ที่เล่นกันเป็นทีม หยิมมือถือมาถ่ายแทบไม่ทันครับ ^^

IMAG1737

รายละเอียดในยิมเดี๋ยวผมจะไปพาทัวร์อย่างละเอียดกันอีกรอบนะครับ

ห้องน้ำ

ในห้องน้ำจะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันกับห้องน้ำที่ประเทศไทยอย่างสิ้นเชิง ในประเทศไทยถ้าคุณนั่งทำธุระในห้องส้วมโดยมีคนห้องข้าง ๆ อยู่ด้วย จะรุ้ว่ามีคนข้าง ๆ อาจจะคุยกัน อาจจะได้กลิ่น แต่เราอยู่คนละห้องกัน … ส่วนที่นี่ ที่กั้นในห้องน้ำแผ่นเล็ก มีพื้นที่ข้างล่างเยอะ ข้างบนก็เยอะ มองเห็นกันได้ชัดเจนว่ารองเท้าและกางเกงของคนในห้องส้วมสีอะไรโดยไม่ต้องก้ม ส่วนความรู้สึกของการมีคนอยู่ห้องข้าง ๆ คือ รู้สึกเหมือนนั่งอยู่ข้าง ๆ ติดกัน คุยกันได้ กลิ่นถึง แค่มองไม่เห็นหน้ากันเท่านั้นเองครับ ^^

กดน้ำ … Please Flush the Toilet … คำนี้จะเห็นบ่อยในห้องน้ำ ซึ่งในเมืองไทยไม่ค่อยเห็นมากเท่าที่นี่ และสิ่งที่พบคือชาวอเมริกันไม่ชอบกดน้ำ ไม่ว่าจะเห็นโถส้วมหรือโถฉี่ก็ตาม ที่กดน้ำก็ไม่ได้หายากเหมือนบนเครื่องบินแต่อย่างใด สามารถสังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจนมาก ๆ ครับ

IMAG1507

กระเบื้องเล็ก … ในห้องน้ำของเมืองมะกันนี้เขาใช้กระเบื้องอันเล็กในการปูพื้นและผนังกันครับ เท่าที่สังเกตุได้เป็นอย่างนี้ ไม่ทราบว่าทำไม ถ้าอยากทราบต้องไปทำการบ้านหาข้อมูลกันซักหน่อย

Up/Down The Hills

ไม่ใช่ที่ราบลุ่ม … ในหนังสือเรียกตอนเด็ก ๆ เราอาจจะเคยเจอคำว่า Walk up the hill อะไรประมาณนี้ ซึ่งในเมืองกรุงหรือเมืองหลาย ๆ เมืองที่ประเทศไทยจะเป็นที่ราบ แม้ว่าอาจจะไม่เรียบ

IMAG1587

แฟ้มและกระดาษ

ขนาดกระดาษที่อเมริกาใช้ US Letter ครับ คือเขาไม่ได้ส่งจดหมายกันตลอดเวลา แต่เรียกขนาดนี้ว่า Letter ครับ สั้นกว่าและกว้างกว่า A4 ดังนั้นใครคิดจะเอาแฟ้มจากไทยมาใช้ก็อาจจะใส่กระดาษเหล่านี้ไม่ได้นะครับ

IMAG1775

คุณภาพกระดาษสำหรับผมว่าไม่ดีเท่าเมืองไทย กระดาษที่นี่บางและค่อนข้างเป็นไข ๆ ทำให้มองไม่เห็นอีกฝั่งหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าทั่วประเทศเขาใช้กระดาษชนิดนี้กันหมดหรือใช้กันแค่ใน Juniata College นะครับ และกระดาษที่นี้ถ้าเปียกน้ำ หรือแค่เหงื่อนจากมือก็จะพองบวมกันสาหัสเลยทีเดียวครับ

IMAG1785 IMAG1742

เมืองไทยใช้แฟ้มสองรู ที่นี่ใช้สามรู ทั้งที่กระดาษที่นี่สั้นกว่า แต่เขาใช้สามรูครับ ตุ๊ดตู่ (ที่เจาะรูปกระดาษ) ก็ตัวใหญ่กว่าเพราะมีสามรูครับ

ทิ้งท้าย

สิ่งนี้ผมคิดว่าไม่ปกติสำหรับชาวอเมริกัน แต่เป็นเรื่องปกติของนักเรียนที่ Juniata คือที่โรงอาหารทุกคนจะวางกระเป๋าก่อนเข้าไปกิน ทิ้งไว้ส่วนหน้าของโรงอาหาร โดยไม่ห่วงกันเลยว่ากระเป๋าจะหายหรือเปล่า ในกระเป๋าส่วนใหญ่ต้องมีของมีค่าแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น laptop, Mac, มือถือ, แท็บเล็ต ฯลฯ

IMAG1722

ภาพนี้ถ่ายเมื่อเปิดเรียนวันแรก เป็นวันที่อากาศยังไม่หนาวมากสำหรับฝรั่ง (แต่หนาวมากสำหรับเด็กไทย) เขาเข้าแถวมาโรงอาหารเพื่ออาหารกลางวันกันอย่างยาวเหยีด และวางกระเป๋าเกลื่อนกลาดไปหมดเลยครับ แต่โรงอาหารนี้ไม่ได้แถวยาวอย่างนี้ทุกวันและตลอดเวลานะครับ ผ่านไปซัก 1 สัปดาห์แล้ว

บทความนี้เขียนจบตอนเรียนไปแล้ว 1 สัปดาห์ แต่เร่ิมเขียนเมื่อไหร่จำไม่ได้นะครับ เนื่อหาจะผสมผสานกันซักหน่อย ^^

Article by Pargorn Puttapirat

Published by

Pargorn Puttapirat

Master student at Department of Computer Science and Technology, Xi'an Jiaotong University, China Currently working on Biomedical Text Mining Alumni of Department of Biomedical Engineering, Srinakharinwirot University, Thailand

One thought on “The Different 1”

  1. หนังสือหรือjournal เขาจะมีลิขสิทธิ์ของ ชื่อคนเขียน หรือเจ้าของ ถ้าเราไม่ได้ขอ
    อนุญาตจะไป ซีรอกไม่ได้เด็ดขาด. เคยซีรอกบทความที่เราไม่เข้าใจไปถามครู ก็โดนว่าเลย. หนังสือถ้าครูให้อ่าน ซื้อเลยค่ะและรักษาให้ดี เพราะถ้าไม่ต้องการ
    ขนกลับ ก็ขายได้ พอหมดเทอม ฝรั่งขายทั้งนั้น . ถ้าเราต้องการเล่มไหน ก็ซื้อใด้เพราะเขาพิมพ์ใหม่เรื่อยๆ

Leave a Reply