เรื่องที่ประชาชนควรทราบ เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับพระภิกษุ (๔๑-๕๒)

๔๑. บุรุษ-สตรี ไม่ควรใช้พระในกิจนอกพระพุทธศาสนา แต่จะขอให้ช่วยกิจพระพุทธศาสนา เช่น ให้ช่วยนิมนต์ไปในการบำเพ็ญบุญได้อยู่ (วิ. ๒/๑๑๒)

๔๒. บุรุษ-สตรี ไม่ควรนำสิ่งของอนมีค่าฝากไว้กับพระ เพราะอาจเกิดอันตรายแก่พระได้ เช่น อันตรายในการเจริญสมณธรรม ถูกปล้น ถูกเป็นผู้สำนองในเมื่อของนั้นหาย (วิ ๒/๑๒๒)

๔๓. บุรุษ-สตรี ไม่ควรเอาเนื้อสัตว์ที่ไม่นิยมเป็นอาหารถวายพระ เนื้อที่ไม่นิยมเป็นอาหาร คือ เนื้อมนุษย์ ช้าง-ม้า-สุนัข-งู-สีห์-เสือโคร่ง-เสือเหลือง-หมี-เสือดาว (วิ. ๒/๑๓๓)

๔๔. บุรุษ-สตรี ไม่ควรเอาเนื้อที่นิยมเป็นอาหารแต่ยังดิบ ไม่สุกด้วยไฟ เช่นปูเค็ม กุ้งส้ม หอยเค็ม แหนม กะปิ ลาบเนื้อดิบ ไข่ลวกไม่สุก ประเคนพระ ควรมอบไว้แก่กับปิยการก คือผู้มีหน้าที่ทำให้เป็นของควรแก่พระ (วิ. ๒/๑๓๓)

๔๕. บุรุษ-สตรี ไม่ควรเอาอุทิศมังสะถวายพระ อุทิศมังสะ คือเนื้อหรือไข่สัตว์ที่เขาฆ่าเจาะจงภิกษุสามเณร (วิ. ๒/๑๓๓)

๔๖. บุรุษ-สตรี อย่าเอาพีชคาม คือผลไม้มีเมล็ดสุุกบางอย่าง เช่นพริกสุก มะเขือสุก อ้อยที่ยังไม่ได้ปอก ผักบุ้ง ขมิ้น กระชาย กระเทียม หอม โหระพา กะเพรา ฯลฯ ที่พ้นจากที่เกิดที่อยู่แล้วแต่ยังปลูกให้งอกได้อีกถวายพระ ควรทำให้เป็นของที่ไม่อาจปลูกให้งอกได้แล้ว จึงถวายพระ (วิ. ๒/๑๓๕)

๔๗. บุรุษ-สตรี จะทำน้ำปานะถวายพระควรเลือกเอาผลไม้สุกที่นิยมเป็นอาหาร ชนิดที่ไม่โตกว่าผลมะตูมหรือผลกระเบาขนาดเล็ก ไม่จำกัด เอามาทำความสะอาด คั้นแล้วกรองให้หมดกาก เจือน้ำจืดที่สะอาดบ้างก็ได้ แต่อย่าใช้น้ำร้อน และอย่าต้มน้ำปานะด้วยไฟ จะเจือน้ำตาลเกลือบ้างก็ได้ ทำแล้วต้องถวาย ให้พระฉันในวันนั้น อย่าปล่อยข้ามราตรี (วิ. ๒/๑๓๙)

๔๘. บุรุษ-สตรี ไม่ควรถือเอามรดกของพระผู้มรณภาพไปแล้ว ไม่ว่าพระรูปนั้นจะเป็นพ่อ ลูก ญาติ มิตร หรือเกี่ยวข้องกันโดยสถานะไร ๆ ก็ตาม แม้พระได้ทำพินัยกรรมไว้ให้ ก็ถือเอาไม่ได้ เพราะทางวินัยของสงฆ์มีอยู่ว่า มรดกของพระผู้มรณะตกเป็นของสงฆ์ทั้งหมด แม้พระได้พูดไว้ด้วยคำเป็นอนาคตว่า “ถ้าฉันตายแล้ว เธอจงเอาสิ่งนั้นสิ่งนี้ไป” ดังนี้ ก็ถือเอาไม่ได้ แต่สิ่งใดที่พระมอบให้ด้วยคำเป็นปัจจุบันว่า “ฉันให้สิ่งนั้นสิ่งนี้แก่เธอ” ก็ถือเอาได้เฉพาะสิ่งที่ระบุถึง หากระบุทั้งหมด ก็ถือเอาได้ทั้งหมด (วิ. ๒/๑๕๔-๑๕๕)

๔๙. บุรุษ-สตรี เมื่อจะถือเอาสิ่งของของพระด้วยวิสาสะ ต้องให้ครบองค์ ๓ คือ
ก. เคยเห็นกัน เคยคบกัน เคยพูดกัน ไว้อย่างใดอย่างหนึ่ง
ข. รู้ว่าถือเอาแล้ว เจ้าของจักพอใจ
ค เจ้าของยังมีชีวิตอยู่  (วิ. ๒/๑๕๗)

๕๐. บุรุษ-สตรี เมื่อพยาบาลพระผู้เจ็บหนัก ฉันอาหารไม่ได้ ครั้นถึงเวลาวิกาลหัวจัด หากมิได้อาหารอาจเป็นอันตรายจะต้มข้าวหรือเนื้อสัตว์ที่นิยมเป็นอาหาร (เว้นอุทิศมังสะ) ให้เหลวกรองให้หมดกาก แต่เอาน้ำข้าว น้ำเนื้อที่ใสถวายให้พระดื่มในเวลาวิกาลก็ได้
การที่จะอ้างว่า แพทย์สั่งให้พระป่วยฉันอาหารในวิกาลได้ แล้วนำอาหารชนิดต่าง ๆ ไปถวายในวิกาลนั้น ไม่ควรเลย หากพระอยากฉันอาหารในิกาลโดยไม่เอื้อเฟื้อต่อวินัยแล้ว ควรให้สึกเสียก่อน จึงจัดถวายให้รับประทาน (วิ๒/๑๗๕)

๕๑. สตรีที่เป็นโสภณี เป็นหม้าย เป็นสาวเทื้อ เป็นชี และกระเทย ไม่ควรไปมาหาสู่กับพระโดยไม่เป็นกิจลักษณะหรือผิดเวลา (วิ. ๒/๑๘๑)

๕๒.บุรุษ-สตรี ไม่ควรนิมนต์พระเข้านั่งในร้านสุรา จะเป็นที่ขายหรือที่กลั่นสุรา หรือที่ดองเมรัยก็ตาม (วิ. ๒/๑๘๑)

บุรุษหรือสตรีก็ตาม เมื่อหวังความเจริญแก่ตนก่วงศ์สกุลของตน และแก่พระพุทธศาสนา ควรศึกษาให้มีความรู้เกี่ยวกับวินัยของพระภิกษุสงฆ์บางข้อตามที่รวบรวมไว้นี้และปฏิบัติให้ถูกต้อง ก็ย่อมจะเหมาะสมแก่ความเป็นพุทธศาสนิกชน และย่อมช่วยประดับพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองแล

คัดลอกจาก หนังสือที่รวบรวมและเรียบเรียงโดย พระเทพวิสุทธิญาณ (อุบล นนทโก ป.ธ ๙) วัดบวรนิเวศวิหาร

เรื่่องที่ประชาชนควรทราบ เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับพระภิกษุ (๓๑-๔๐)

๓๑. บุรุษ-สตรี จะร่วมถวายร่มแก่พระต้องเลือกเอาชนิดที่ไม่สลับสี เช่น ร่มผ้าดำล้วน ร่มกระดาษ ร่มพลาสติก สีน้ำตาล สีดำ สีเหลืองล้วน   (วิ. ๒/๓๕)

๓๒. บุรุษ-สตรี จะถวายรองเท้าแก่พระต้องเลือกเอาชนิดที่ไม่มีส้นสูง ไม่มีปกส้น ไม่มีปกหลังเท้า มีแต่สายรัดหลังเท้ากับสายที่คีบด้วยนิ้ว และมีสีหม่นหมอง เช่น สีน้ำตาลแก่   (วิ. ๒/๓๖)

๓๓. บุรุษ-สตรี เมื่อจะถวายเตียง ตั่ง แก่พระต้องเลือกเอาแต่ที่มีเท้าสูงไม่เกิน ๘ นิ้ว พระสุคต หรือ ๙ นิ้วฟุต เว้นไว้แต่แม่แคร่และไม่มีรูปสัตว์ร้ายที่เท้า เช่น เตียงจมูกสิงห์ หรือ บัลลังก์ และเตียงนั้นต้องไม่ใหญ่ถึงนอนได้ ๒ คน ที่นอนก็ไม่ใหญ่อย่างเตียง ฟูกเตียง ฟูกตั่ง และที่นั่งที่นอนไม่ยัดนุ่นหรือสำลี  (รตนวรรค ข้อ ๕ และ วิ: ๒/๓๙)

๓๔. บุรุษ-สตรี เมื่อจะถวายหมอนหนุนศีรษะแก่พระ ต้องให้มีขนาดหนุนได้ศีรษะเดียวไม่ถึง ๒ ศีรษะ หมอนข้างไม่ควรถวาย (วิ.๒/๔๐)

๓๕. สตรี ต้องไม่นั่งบนอาสนะผืนเดียวกัน บนเตียงม้านั่งเดียวกันกับพระ แม้บนพื้นที่ไม่มีอะไรปูลาดเลย ก็ไม่ควรนั่งเสมอกับพระหรือสูงกว่าพระ ไปในรถ-เรือมีที่จำกัด จะต้องนั่งที่ม้าเดียวกับพระต้องให้มีบุรุษนั่งคั่นไว้เสียก่อน (วิ. ๒/๗๐)

๓๖. บุรุษ-สตรี ไม่ควรเอาวัตถุอนามาสประเคนพระ วัตถุอนามาส คือ สิ่งที่พระไม่ควรแตะต้อง มี ๖ ประเภท ดังนี้
ก. คนหญิง กระเทย เครื่องแต่งกายของคนเหล่านั้นแต่ที่เขาสละแล้วไม่นับ ตุ๊กตาหญิง สัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย
ข. ทอง เงิน มุกดา มณี ไพฑูรย์ ประพาฬ ทับทิม บุษราคัม สังข์ที่ขัดแล้ว ศิลาชนิดดี เช่น หยก โมรา
ค. ศัสตราอาวุธต่างชนิด ที่ใช้ทำร้ายชีวิตร่างกาย
ฆ. เครื่องดักสัตว์บก – น้ำ
ง. เครื่องประโคม
จ. ข้าวเปลือกและผลไม้อันเกิดอยู่ในที่
( วิ. ๒/๗๓)

๓๗. สตร ไม่ควรเกลี้ยกล่อม ยั่วเย้าพระด้วยการพูดประเล้าประโลม หรือด้วยการแต่งเนื้อแต่งตัวชะเวิกชะวาก หรือล่อด้วยทรัพย์ (วิ. ๒/๙๑)

๓๘. บุรุษ-สตรี ไม่ควรเอาของเด็กเล่น เช่นเรือน้อย ๆ รถน้อย ๆ ถวายพระ (วิ. ๒/๑๑๘)

๓๙. บุรุษ-สตรี ไม่ควรชักชวนพระเล่นการพนักน มีแพ้ มีชนะ เช่นหมากรุก หมากแยก ฯลฯ (วิ. ๒/๑๑๘)

๔๐. บุรุษ-สตรี ไม่ควรเรียนดิรัจฉานวิชาจากพระและไม่ควรบอกดิรัจฉานิชาแก่พระ ดิรัจฉานวิชาคือความรู้ในการทำเสน่ห์ – ในการใช้ภูตผิปีศาจทำให้ผู้อื่นถึงความวิบัติ – ในทางอวดฤทธิ์เดชต่าง ๆ – ในทางทำนายทายทักบอกหวยบอกเบอร์ ในทางที่นำให้หลงงมงาย เช่นหุงเงิน หรือทองแดงให้เป็นทอง (วิ. ๒/๑๒๒)

รวบรวมและเรียบเรียงโดย พระเทพวิสุทธิญาณ (อุบล นนทโก ป.ธ ๙) วัดบวรนิเวศวิหาร

เรื่องที่ประชาชนควรทราบ เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับพระภิกษุ (๒๑-๓๐)

๒๑. บุรุษ-สตรี ที่มิใช่ญาติของพระแม้จะเป็นเขย สะใภ้ หรือภรรยาเก่าของพระ(ปุราณทุติยิกา) หากมิได้เกี่ยวข้องทางสายโลหิต ก็ชื่อว่ามิใช่ญติ ถ้ามีศรัทธาจะให้พระขอปัจจัย ๔ หรือสิ่งของต่าง ๆ จากตนได้ ก็ต้องปวารณาคือ เปิดโอกาสให้พระขอได้โดยลักษณะ ๔ อย่างอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ

ก.กำหนดปัจจัยหรือสิ่งของ เช่น จีวร บิณฑบาต ที่นอน ที่นั่ง ยา หนังสือ สมุด ปากกา ฯลฯ

ข. กำหนดเวลา คือ ให้ขอได้ตลอดเท่านั้นวัน เท่านั้นเดือน เท่านั้นปี ตั้งแต่วันที่เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่

ค. กำหนดทั้งปัจจัย – สิ่งของ และเวลา

ฆ. ไม่กำหนดทั้งปัจจัยส่ิงของและเวลา ถ้าจะให้ขอได้เป็นนิตย์ ต้องบอกว่า นิมนต์ขอได้ตลอดกาลเป็นนิตย์

เมื่อปวารณาแล้ว ถ้าพระขอเกินกำหนดหรือเกิน ๔ เดือน ไม่ครถวาย เว้นไว้แต่ตนปวารณาอีก หรือ ปวารณาเป็นนิตย์ (อเจลกวรรค ข้อ ๗)

หมายเหตุ :- คำว่า ญาติ ได้แก่คนที่เกี่ยวเนื่องกัน ๗ ชั้น คือ  ๑.ทวด  ๒.ปู่ย่าตายาย ๓.พ่อแม่ ๔.พี่น้อง ๕.ลูก ๖.หลาน ๗.เหลน

๒๒. บุรุษ-สตรี ไม่ควรเอาของเสพติดให้โทษ เช่น สุราเมรัย ฝิ่น เฮโรอีน กัญชาถวายพระ  (สุราปานวรรค จ้อ ๑)

๒๓. บุรุษ-สตรี อย่าเอาน้ำที่มีตัวสัตว์ไปตั้งไว้ให้พระบริโภค คือ ดื่ม อาบ ล้างเท้า ใช้สอย  (สัปปาณวรรค ข้อ ๒)

๒๔. บุรุษ-สตรี ผู้นำสินค้าหนีภาษี ไม่ควรเดินทางร่วมกับพระ หรือไม่ควรให้เกี่ยวข้องกับพระ  (สัปปาณวรรค ข้อ ๖)

๒๕. สตรี ไม่ควรชวนพระเดินทางไกล แม้สิ้นระยะบ้านหนึ่ง แม้นั่งรถ นั่งเรือไปเพียงหนึ่งต่อหนึ่งก็ไม่ควร แม้สตรีหลายคน แต่ไม่มีบุรุษผู้รู้เดียงสานั่งไปด้วย ก็ไม่ควร แม้บุรุษไปด้วย หากสตรีขับรถ-เรือเอง ก็ไม่ควร เว้นไว้แต่เรือข้ามฟาก  (สัปปาณวรรค ข้อ ๗)

๒๖. บุรุษ-สตรี จะถวายอาหารแก่พระผู้อยู่ในป่าอันเป็นที่เปลี่ยว ต้องแจ้งข่าวล่วงหน้าก่อน  (ปาฏิเทสนียะ ข้อ ๔)

๒๗. บุรุษ-สตรี เมื่อพระรับบิณฑบาตเต็มบาตรแล้ว อย่าเอาอาหารวางบนฝาบาตร หรือ อย่าใส่ถุงให้พระหิ้ว  (โภชนปฏิสังยุต ข้อ ๔)

๒๘. บุรุษ-สตรี เมื่อนิมนต์พระมาฉันในบ้าน ต้องจัดที่ฉันให้พร้อม เช่น น้ำล้างเท้า ผ้าเช็ดเท้า น้ำฉัน น้ำใช้ กระโถน ผ้า-กระดาษเช็ดมือ เช็ดปาก ช้อนส้อมและช้อนกลาง อย่าให้บกพร่อง  (โภชนปฏิสังยุต ข้อ ๓๐)

๒๙. บุรุษ-สตรี เมื่อจัดที่ให้พระสวด หรือแสดงพระธรรมเทศนา หรือปาฐกถาธรรม ต้องจัดที่ให้พระนั่ง อย่าให้ยืน และต้องไม่ต่ำกว่าที่ของผู้นั่งฟัง (ธัมมเทสนาปฏิสังยุต ข้อ ๑๓, ๑๔)

๓๐. บุรุษ-สตรี เมื่อฟังธรรมเทศนา หรือ ฟังปาฐกถาธรรม ต้องฟังด้วยกิริยาอาการเคารพ แม้ฟังพระสวดในงานมงคล หรืองานศพเป็นต้น ก็ต้องเคารพเช่นเดียวกัน ไม่ควรนั่งคุยกันเลย จะคุยในเวลาพระหยุดสวดได้อยู่  (ธัมมเทสนาปฏิสังยุต ทุกข้อ)

รวบรวมและเรียบเรียงโดย พระเทพวิสุทธิญาณ (อุยบ นนทโก ป.ธ ๙) วัดบวรนิเวศวิหาร

 

เรื่องที่ประชาชนควรทราบ เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับพระภิกษุ (๑๑-๒๐)

๑๑. บุรุษ เมื่อนอนในที่มุง ที่บังอันเดียวกับพระครบ ๓ คืนแล้ว ต้องเว้นเสีย ๑ คืน ต่อไปจึงนอนได้อีก (มุสาวาทวรรค ข้อ ๕)

๑๒. สตรี ห้ามนอนในที่มุง ที่บัง อันเดียวกับพระแม้ในคืนแรก (มุสาวาทวรรค ข้อ ๖)

๑๓. บุรุษ-สตรี ถ้าพระใช้ให้ขุดดินเหนียวล้วนหรือดินร่วนล้วน ไม่ควรขุด แต่ถ้าพระแสดงความประสงค์ว่าต้องการหลุมหรือคูเป็นต้น หรือว่าต้องการดินให้สูงเท่านั้น เท่านี้ เป็นต้น ก็ควรจัดการให้ตามประสงค์ (มุสาวาทวรรค ข้อ ๑๐)

๑๔. บุรุษ-สตรี ถ้าพระใช้ให้ตัดต้นไม้หรือดายหญ้าที่เกิดอยู่กับดิน หรือให้รื้อถอนผักหญ้าต่ง ๆ ที่เกิดอยู่ในน้ำ ไม่ควรตัด-ดาย-รื้อถอน แต่ถ้าพระบอกว่า เราต้องการไม้-หญ้า-ผัก หรือว่าเราต้องการทำความสะอาดในที่ซี่งเกะกะรุงรังด้วยต้นไม้หรือผักหญ้าดังนี้เป้นต้น จึงทำให้ (ภูตคามวรรค ข้อ ๑)

๑๕. บุรุษ-สตรี นิมนต์พระให้ฉันอาหารอย่าออกชื่อโภชนะ ๕ คือ ข้าวสุก ขนมสด ขนมแห้ง ปลา เนื้อ ควรใช้กับปิยโวหาร คือ คำพูดที่สมควร เช่น พูดว่า “ขอนิมนต์ฉันเช้า” หรือว่า “ขอนิมนต์ฉันเพล” และต้องบอกวัน เวลา สถานที่ให้ชัดเจน ทั้งบอกให้พระทราบด้วยว่า ให้ไปกันเองหรือจะมารับ, อนึ่งการที่นิมนต์พระให้ฉันนั้นปรารภเรื่ออะไร ก็ควรบอกให้ทราบด้วย (โภชนวรรค ข้อ ๒)

๑๖. บุรุษ-สตรี เมื่อเลยเวลาเพลแล้ว คือตั้งแต่เที่ยงวันไปจนถึงวันใหม่ อย่านำอาหารไปประเคนพระ หากเป็นของที่เก็บค้างคืนได้ ไม่บูด ไม่เสีย เช่น ข้าวสาร ปลาดิบ เนื้อดิบ อาหารสำเร็จรูปบรรจุกระป๋อง มีปลากระป๋อง เป็นต้น ก็มอบไว้แก่ไวยาวัจกรของท่านได้ (โภชนวรรค ข้อ ๗)

๑๗. บุรุษ-สตรี ถ้าพระที่มิใช่ญาติ และตนมิได้ปวารณาไว้ ไม่เป็นไข้ ขอโภชนะอันประณีตคือ ข้าวสุกที่ระคนด้วยเนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ปลา เนื้อ นมสด นมส้มแม้อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ควรถวาย แต่ถ้าขอไปเพื่อผู้เป็นไข้ควรถวายโดยแท้    (โภชนวรรค ข้อ ๙)

๑๘. บุรุษ-สตรี เมื่อประเคนอาหารหรือยาเป็นต้น ทุกอย่างที่พระจะต้องกลืนกิน (ฉัน) ต้องประเคนให้ถูกวิธี ดังนี้

ก. ภาชนะหรือห่อของนั้น ไม่ใหญ่หรือหนักเกินไป ยกคนได้อย่างพอดี

ข. เข้าอยู่ในหัตถบาสของพระ ห่างจากพระประมาณ ๑ ศอก เป็นส่วนสุดของสิ่งของหรือของบุคคลผู้ประเคน

ค. น้อมกายถวายด้วยความเคารพ

ฆ. กิริยาที่ถวายนั้น ถวายด้วยมือ หรือของที่เนื่องด้วยมือ เช่นช้อน – ภาชนะก็ได้

ง. พระรับด้วยมือ หรือของที่เนื่องด้วยมือ เช่น บาตร-ผ้าก็ได้

(โภชนวรรค ข้อ ๗)

๑๙. สตรีไม่มีบุรุษผู้รู้เดียงสาอยู่เป็นเพื่อนต้องไม่นั่ง ไม่นอน ไม่ยืน ไม่เดินในห้องกับพระ แม้จะมีสตรีหลายคนก็ไม่ได้  (อเจลกวรรค ข้อ ๔)

๒๐. สตรี ต้องไม่นั่งไม่นอนในที่แจ้งกับพระ หนึ่งต่อหนึ่ง ถ้าสตรีหลายคนนั่งได้ แต่การนอนนั้นไม่ควร แม้การยืน การเดินกับพระหนึ่งต่อหนึ่งด้วยอาการซ่อนเร้น ก็ไม่ควร   (อเจลกวรรค ข้อ ๕)

เรื่องที่ประชาชนควรทราบ เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับพระภิกษุ (๑-๑๐)

คัดลอกจากหนังสือ รวบรวมเรียบเรียงโดย พระเทพวิสุทธิญาณ (อุบล นนทโก ป.ธ ๙) วัดบวรนิเวศวิหาร

พุทธศาสนิกชนฝ่ายคฤหัสถ์ควรรู้จักพระวินัยบางข้อของพระภิกษุสงฆ์ไว้ด้วย เพราะว่าพระภิกษุสงฆ์มีหน้าที่อันสำคัญที่สุด คือรักษาตัวอย่าให้มีโทษทางวินัย จึงจะสะสมเป็นที่ไว้วางพระหฤทัยของพระบรมศาสดา และะจะได้เป็นผู้ที่ตั้งอยู่ในฐานะเป็นนาบุญของชาวโลก ไม่บริโภคจตุปัจจัยของเขาให้เปลืองเปล่า เปรียบเหมือนอย่างพื้นนาอันปราศจากวัชพืช คือหญ้าที่เป็นโทษ ย่อมจะอำนวยให้ข้าวที่ชาวนาหว่านลงเจริญงอกงามมีผลเต็มเมล็ดรวง แต่หากว่านารำไปด้วยวัชพืชข้าวที่หว่านลงก็มีผลไม่เต็มที่ ข้อนี้ฉันใดพระภิกษุหรือสามเณร ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ถ้าศีลไม่ขาดไม่มีโทษทางพระวินัย ก็เท่ากับนาที่ไม่รก พืชที่หว่านลงก็ย่อมมีผลมาก มีกำไรมาก แต่ถ้าขาดศีลมาก มีโทษทางพระวินัยมาก ก็เท่ากับนาที่รก พืชบุญที่ชาวโลกหว่านลงก็มีผลน้อยมีกำไรน้อย

ด้วยเหตุนี้ พระภิกษุสามเณรผู้ตระหนักในหน้าที่ตน จึงพยายามรักษาตัวมิให้เป็นเหมือนนาที่รกด้วยวัชพืช

ก็ในการรักษาตัวนั้น พระภิกษุ-สามเณรบางรูปบางเวลาบางครั้งบางคราว ไม่สามารถจะให้บริสุทธิ์เท่าที่ควรได้ เพราะคฤหัสถ์หรือบุรุษ-สตรี หรือทายกทายิก ผู้ไม่รู้วินัยของพระ และมีธุระเกี่ยวข้องกับพระในวาระต่าง ๆ เช่น ในคราวทำบุญแต่ทำไม่ถูกต้องพระวินัย ภิกษุเกรงใจคฤหัสถ์ บางทีคฤหัสถ์เกรงใจพระภิกษุ จึงทำให้พระต้องอาบัติคือต้องโทษทางพระวินัย อย่างนี้คฤหัสถ์ได้บุญก็จริง แต่ได้น้อยเพราะขณะเดียวกันนั้นพระได้บาปต้องโทษไม่บริสุทธิ์ เหมือนนาที่รกเสียแล้ว อนึ่งบาทีบางรูปไม่รู้วินัยของตนเองดีพอ หรือบางรูปรู้วินัยดีแล้ว แต่ไม่เอื้อเฟื้อในวินัยก็ย่อมเกี่ยวข้องกับคฤหัสถ์ในทางที่ผิด ๆ และคฤหัสถ์ก็ไม่รู้วินัยของพระ จึงพากันปฏิบัติผิดร่วมกันอย่างนี้ จึงรู้สึกว่าไม่ค่อยเหมาะสมแก่พุทธศาสนิกชนเลย

ด้วยเหตุนี้ เพื่อที่จะให้คฤหัสถ์ บุรุษ-สตรี ทั้งหลายช่วยกันรักษาพระภิกษุสงฆ์ให้บริสุทธิ์เป็นนาบุญอย่างดี จะได้เพิ่มปริมาณผลแห่งพืชบุญที่บริจาคหว่านลงไปให้มากยิ่ง ๆ ขึ้น จึงได้รวบรวมพระวินัยบางข้อที่คฤหัสถ์ทั้งบุรุษและสตรีควรทราบมาเรียบเรียงเป็นข้อ ๆ พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและปฏิบัติสำหรับคฤหัสถ์ ดังต่อไปนี้

๑. สุภาพสตรี อย่าถูกต้องภิกษุ-สามเณร (สังฆาทิเสส ข้อ ๒)

๒. สุภาพบุรุษหรือสุภาพสตรี ไม่ควรวานให้พระชักสื่อชายหญิงให้เป็นสามี-ภรรยากันแม้ชั่วครั้งชั่วคราว (สงฆาทิเสส ข้อ ๕)

Continue reading “เรื่องที่ประชาชนควรทราบ เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับพระภิกษุ (๑-๑๐)”

เรื่องที่ประชาชนควรทราบ เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับพระภิกษุ

คัดลอกจากหนังสือที่ รวบรวมและเรียบเรียงโดย พระเทพวิสุทธิญาณ (อุบล นนทโก ป.ธ๙) วัดบวรนิเวศวิหาร

คำนำ
หนังสือเรื่อง ” วินัยของพระภิกษุสงฆ์ที่ประชาชนควรทราบ ” นี้ ผู้จัดพิมพ์ได้เคยติดต่อพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระเทพวิสุทธิญาณ ขอนุญาตจัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเผยแผ่เป็นธรรมทานมาครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งก็ได้รับอนุญาตให้พิพ์ได้ตามความประสงค์
บัดนี้ ผู้จัดพิมพ์ระลึกถึงคุณของท่านอยู่ จึงกราบเรียนพระเถระในวัดบวรนิเวศวิหาร ขอนุญาตจัดพิมพ์ขึ้นอีกครั้ง เพื่อร่วมบำเพ็ญกุศลถวายแด่พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณ และรักษาเจตนารมณ์เดิมของท่านที่จะเผยแผ่ธรรมวินัยของพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป
บุญกุศลใด ๆ ที่เกิดจากการจัดพิม์เผยแพร่และเกิดขึ้นโดยมีหนังสือเล่มนี้เป็นมูลเหตุ ขอจงสำเร็จแด่พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพรมหารัชมงคลดิลกและท่านเจ้าคุณพระเทพวิสุทธิญาณ ทุกประการ

ซึ่งจะนำเสนอเป็นตอน ๆ ตามที่นำมาโพสต์เพื่อให้สะดวกในการอ่านแต่ละครั้งและเวลาที่ผู้พิมพ์จัดสรรได้ แต่ในหนังสือมิได้แบ่งตอนเขียนยาวต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้นจนจบมีทั้งหมด ๕๒ ข้อ จะขอนำเสนอคราวละ ๑๐ ข้อต่อไป